ความเชื่อ ประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับผีของชาวไทยโซ่งและตัวบทที่เกี่ยวข้อง

                    ชาวไทยโซ่งมีความเชื่อและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับผีอย่างเคร่งครัด มีการประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อในการนับถือผี และมีการสืบทอดการปฏิบัติเป็นประเพณีมาจนถึงปัจจุบัน การปฏิบัติพิธีกรรมเกี่ยวกับการนับถือผีเป็นสิ่งที่ชาวไทยโซ่งพร้อมใจปฏิบัติหรือเข้าร่วมพิธีกรรม ถือเป็นประเพณีและหน้าที่ที่ชาวไทยโซ่งทุกคนพึงปฏิบัติ โดยเชื่อว่าการปฏิบัติดังกล่าวเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติ พิธีกรรมเหล่านี้นับว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ไทยโซ่ง ได้แก่ พิธีเสน ทั้งพิธีเสนที่จัดเป็นประจำ ได้แก่ พิธีเสนเฮือน การปาดตง และพิธีเสนที่จัดขึ้นเฉพาะบางโอกาส ได้แก่ พิธีเสนเตง พิธีเสนฮับมด พิธีเสนตั้งบั้งหรือเสนอ่านปาง พิธีเสนแก้เคราะห์ พิธีเสนตัวหรือเสนขึ้นเสื้อ พิธีเสนฆ่าเกือด เป็นต้น

                    ในการทำพิธีกรรมต่างๆ ต้องดำเนินการโดยผู้ที่มีความรู้ และมนต์ คือหมอผี หมอผีผู้ทำพิธีมี 2 กลุ่ม คือ หมอผีผู้ชาย เรียกว่า หมอเสน และหมอเมือง ส่วนหมอผีผู้หญิง เรียกว่า แม่มด หมอผีทั้งสองกลุ่มทำพิธีกรรมได้เหมือนกัน ได้แก่ พิธีเสนตัวหรือเสนขึ้นเสื้อ การจุดเทียนนำขวัญ บางพิธีหมอเมืองทำได้ แต่แม่มดทำไม่ได้ ได้แก่ พิธีเสนเรือน พิธีเสนฮับมด พิธีเสนตั้งบั้งหรือเสนอ่านปาง และพิธีเสนฆ่าเกือด ขณะที่บางพิธีแม่มดทำพิธีได้ แต่หมอเมืองทำไม่ได้ ได้แก่ พิธีเสนเตง พิธีเสนกวัดกว้าย การแผ้วเรือน ดังนั้นเจ้าภาพงานพิธีต้องหาหมอผี (หมอเสน หรือแม่มด) มาปฏิบัติพิธีให้ตรงกับพิธีกรรมที่ทำ

    (1) ความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับแถนหรือผีฟ้า

                    พิธีเสนเตง

                    พิธีเสนเตง เป็นพิธีกรรมเซ่นสรวงแถนหรือผีฟ้า เพื่อไถ่ตัวบรรพบุรุษที่ต้องขื่อคาถูกจองจำอยู่บนเมืองฟ้า เนื่องจากบรรพบุรุษไปกระทำผิดต่อแถนหรือผีฟ้า ลูกหลานจะจัดพิธีเสนเตงเมื่อบุคคลในบ้านพบเห็นลางบอกเหตุ อาทิเช่น ลูกหลานเห็นหิ่งห้อยบินมาเกาะใกล้กะล้อห่องเป็นที่ผิดสังเกต ลูกหลานไปหาหมอเยื้องเพื่อตรวจดูว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อหมอเยื้องตรวจดูแล้วทำให้ทราบว่าบรรพบุรุษของตนไปทำผิดต่อแถน ต้องขื่อคาถูกจองจำอยู่เมืองบนฟ้า ลูกหลานจึงต้องจัดทำพิธีเสนเตง หรืออีกกรณีหนึ่ง ลูกหลานเป็นงูสีดำลายขดตัวนิ่งไม่ไหวติงอยู่ใกล้กับกะล้อห่อง ลูกหลานจึงไปเชิญหมอพื้นบ้าน หมอแปงขวัญ มาดู จึงได้ทราบว่าบรรพบุรุษได้ทำผิดต่อแถนต้องขื่อคาถูกจองจำอยู่บนเมืองฟ้าได้รับความทุกข์ทรมาน ลูกหลานต้องทำพิธีเสนเตงให้บรรพบุรุษเพื่อไถ่โทษต่อแถนแทนบรรพบุรุษ

     

    คำกล่าวเสนเตงในพิธีเสนเตง: บันทึก แปลโดยปิยวรรณ สุขเกษม (29 กรกฎาคม 2546)

    คำกล่าวเสนเตง

    บ่กาวบ่ฮู้จักหน้า บ่วาบ่จักจือ เสื้อหวานกวานโกย

    อยู่ดีจังเป็นยะ ปาหลัวนอน เป็นฮ้าย เป็น มือเปา

    เป็นเฮาจั๊งมา เป็น มื่อกำ

                    เจ๊อนี่ ซักถ่อ ปอ ดั้ม ปอกวาน .... เบือน เจี่ยง เซาเมือ

    งันฟ้า หน้าไก่ เมืองัน แถน จั๊งให้ ลุ เกิงหลาน อยู่ งัน เป่า

    งัน ปู่ จางกิน บ่ จางกู้ จางฮู้ บ่ จางกาว เมือ กินเหล้า กา

    เฮือน แถน ก่าวแกว เมือ กิน แก กา เฮือน แถน ก่าวก้า

    บ้า เหล้า มา กาว ตีน มือ เมือ ถึ้ หิ้ง แถน บ่า เม ถึ้ ซ้า แถน ก้าน

    เมือ ถึ้ ถ่าน นก น้อย แถน โตก ปอย ส้อย เมือ เห็น เมีย แถน

    จัง ไจ๊ เห็น ไป๊ แถน จั้งแล แถน กิน แก จั๊ง เหลียว เต้า

    แถน กิน เหล้าจัง เหลียว หา แถน จั๊ง กู งี งุน กุ้น งี้ ง่วย

    แถน ถิ้ม เจื๊อะใส่กอ ถิ้มปอใส่บ่า แถนผ่าไม้ลำใหญ่ เติมกอ

    โส่ย หนา จั๊ง ปด บ่ ได้ โส่ย หนา จั๊ง แก้ บ่ได้ อยู่ บน ยัง

    คอย อยู่ ดอย ยัง ผอ ผอ เห็น หน่อ อ้อ ปุ๊ หัว ฝาย

    ลุ จาย หนั่ง กวง เฮือน ลุอ้าย ลุยี ตือ เฮือน

     

    รายการคำศัพท์

    ยะ

    หมายถึง

    ยาก

    มื่อเปา

    หมายถึง

    วันที่ยุ่งยาก วันที่วุ่นวาย

    มื่อกำ

    หมายถึง

    ตอนเย็น

    เจ๊อนี่

    หมายถึง

    ครานี้

    ดั้ม

    หมายถึง

    ต้นตระกูล

    เบือน

    หมายถึง

    พระจันทร์

    เจี่ยง

    หมายถึง

    สว่าง

     

    คำแปลคำกล่าวเสนเตง

    ไม่กล่าวนามไม่รู้จักหน้า ไม่เอ่ยวาจา ไม่รู้จักชื่อ นี่แหละคือคนผู้หนึ่งซึ่งอยู่ดีๆ มีอันต้องเจ็บป่วย ด้วยไม่ทราบสาเหตุใด จึงมาโชคร้ายรุมเร้าให้เศร้าหมองทั้งวันได้ปานนี้

     

    ครานี้ บรรพบุรุษยังเมืองฟ้า เมือเวลาเดือนหงายสบายจิต ท่านก็คิดถึงเวลามาเฝ้าแถน เพื่อให้ท่านคุ้มครองทุกดินแดน ทุกแว่นแคว้นของตระกูล แถนเลี้ยงสุราและอาหาร บางคนนั้นกินไปไม่แลคิด กินผิดเกินขนาดขาดสติ พูดจาหาควรกล่าว เพราะน้ำเหล้าเปลี่ยนนิสัย มือไม้ไม่อยู่นิ่ง เอะอะโวยวาย ทำลายข้าวของในเรือนแถน ทำหกตกหล่นกระจายน่าละอายแทน พอแลเห็นเมียแถนก็เรียกใช้ เห็นสะใภ้แถนชำเลืองแลกรุ้มกริ่มกระหยิ่มใจ แถนเห็นแล้วให้โมโหโกรธาหาใครเปรียบ ทิ้งเชือกลงผูกคอ ทิ้งปอลงใส่บ่า ผ่าไม้ลำใหญ่ใส่เติมคอ ขื่อคาจองจำปลดไม่ได้ ไม่มีวิธีใดที่จะแก้ได้ให้ดีขึ้น อยู่บนเมืองฟ้านั่งคอย อยู่บนดอยนั่งแลชะแง้หน้าหาลูกหลานในเมืองมนุษย์ เห็นลูกชายนั่งอยู่ในบ้าน เห็นลูกหญิงอยู่ในเรือนให้เตือนคิด จะพ้นผิดเพราะเขาเข้ามาช่วย

     

    (2) ความเชื่อและพีธีกรรมเกี่ยวกับมดมนต์ (ผีมดผีมนต์)

                    มดมนต์ หมายถึง ผีครู มดมนต์ต่างกัน แต่อยู่คู่กันไปด้วยกัน ค้ำชูกัน มนต์ทำให้หมอมดมีเวทมนตร์มีพลัง ผู้ทำพิธีเกี่ยวกับมดมนต์ เรียกว่า หมอมดหมอมนต์ หรือเรียกว่าหมอเมือง (หมอเมือง เวลาปกติที่ไม่ได้ประกอบพิธีเป็นหมอมด เมื่อเวลาประกอบพิธีมนต์จะทำให้หมอมดมีเวทมนตร์คาถา เป็นหมอมนต์) ชาวไทยโซ่งมีความเชื่อและมีการประกอบพิธีเกี่ยวกับมดมนต์หลายพิธี ได้แก่ พิธีเสนฮับมด พิธีเสนตั้งบั้งหรือเสนอ่านปาง (เสนกินปาง) พิธีเสนตัวหรือเสนขึ้นเสื้อ พีธีเสนแก้เคราะห์ และการจุดเทียนนำขวัญ (บุญมี ปาริชาติธนกุล, 2546: 57)

    พิธีเสนฮับมด

                    พิธีเสนฮับมด เป็นพิธีที่จัดทำขึ้นเพื่อรับมด (ผีมด) ที่จะมาขออาศัยอยู่ด้วย (เป็นมดใหม่) หรือผู้ที่ทำพิธีรับมดแล้ว (เป็นมดเก่า) แต่ไม่สามารถทำพิธีเลี้ยงมด (เซ่นไหว้บูชาครู) ก็ต้องหาหมอเมืองมาทำพิธีเลี้ยงแทน (ฮับ หมายถึง รับ ฮับมด หมายถึง รับผีมดให้มาอยู่กับตัวเหมือนการทำพิธีครอบครู)

                    ชาวไทยโซ่งเชื่อว่ามดเป็นผู้ที่เปรียบเสมือนผีครู หรือเทพยดาผู้มีฤทธิ์ เป็นผู้คุ้มครองและดลบันดาลสิ่งต่างๆให้เกิดกับมนุษย์ได้ มดเป็นผู้รู้ มดจะแตกต่างจากแถน เพราะแถนไม่สื่อสารกับมนุษย์ แต่มดจะสื่อสารกับมนุษย์ แถนและวิญญาณได้ มดจึงเป็นสื่อกลางระหว่างโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณ แต่มดไม่สามารถปรากฎร่างโดยตรงได้ มดจะเข้าร่างของคนซึ่งสืบเชื้อสายจากมดมาแต่เดิม ถือว่าผู้นั้นเป็นร่างทรงของมด เป็นมดมาเกิดในดินแดนมนุษย์ ผู้ที่เป็นเชื้อสายมดจะต้องมีกกโคนผมหอมติดตัวอยู่ (กกโคนผมหอม เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมด เป็นของทิพย์ที่มองไม่เห็น และเป็นการสมมุติว่าคนนั้นมีผู้มาสิงอยู่) ถือเป็นผู้มีบุญบารมีที่จะมีผู้มาคุ้มครองหรือคุ้มเกล้า หรือเป็นคำพูดเปรียบเทียบให้เข้าใจและเป็นที่รู้กันระหว่างพวกมด มดทราบเรื่องราวที่ติดต่อกับแถน และวิญญาณได้จากการเสี่ยงทาย

                    คนที่มดจะให้เป็นผู้สืบเชื้อสายต้องทำพิธีรับมด คือการเชิญมดให้เข้ามาอยู่กับตัวเอง ผู้ที่สืบเชื้อสายและทำพิธีรับมดแล้วต้องเรียนรู้พิธีและฝึกฝนจนสามารถประกอบพิธีกรรมต่างๆตามความเชื่อของชาวไทยโซ่งได้ จึงนับว่ามดเป็นผู้มีความสามารถพิเศษติดต่อกับวิญญาณได้ เป็นผู้เสี่ยงทาย รักษาโรค แก้เคราะห์ ปัดรังควาน และต่ออายุได้ทำนองเดียวกับหมอผีของไทย ถ้าสืบเชื้อสายมด แต่ไม่ได้เรียนรู้พิธีกรรมก็ไม่สามารถประกอบพิธีได้ หรือบางคนร่ำเรียนจากตำราศึกษาจนแตกฉาน แต่ไม่สามารถประกอบพิธีที่เกี่ยวกับมดได้ เพราะไม่ได้สืบเชื้อสายมดหรือไม่ได้มีมดมาอยู่ด้วย จึงไม่มีความสามารถในการสื่อสารกับวิญญาณได้ บางกรณีผู้ทำพิธีรับมดแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นร่างทรงของมด แต่ต้องทำพิธีเลี้ยงมดเซ่นไหว้มดของตน ถ้าทำพิธีไม่เป็นต้องหาหมอเมืองมาทำพิธีเลี้ยงแทน

                    เมื่อมดต้องการมาขออาศัยอยู่ด้วย มดจะกระทำให้ผู้นั้นเจ็บป่วยเรื้อรังรักษาอย่างไรก็ไม่หาย จนต้องไปหาหมอเยื้องให้ดูว่าเจ็บป่วยด้วยสาเหตุใด เมื่อหมอเยื้องพบว่าเกิดาจากการกระทำของมดที่ต้องการมาขออาศัยอยู่ด้วย จึงต้องทำพิธีเสนฮับมดโดยมีหมอเมืองมาเป็นผู้ประกอบพิธี  (บุญมี ปาริชาติธนกุล, 2546: 57-58)

     

    คำกล่าวเสนฮับมดในพิธีเสนฮับมด: บันทึก แปลโดยปิยวรรณ สุขเกษม (3 สิงหาคม 2546)

    คำกล่าวเสนฮับมด

    บ่กาว บ่จั๊กหน้า บ่วาบ่จั๊กจือ เสื้อหวานกวานโกย

    อยู่ดีจั๊งเป็นยะ ปาหลัวนอน เป็นฮ้าย เป็นมือเปา เป็นเฮาจั๊ง

    มาเป็นมื่อกำ

                    ถามเบิ่งมด เบิ่งมนต์ จูหน้า ถามเบิ่งหว้าก่าต้าว เตงเม็ดจูผู้จูกนยังอยู่

    มดนี่ มดไหน มดใต้ มดเหนือ มดแม่ป้า เฮือน เหนือ บ่ เอา

    มด แม่อา แม่ลัว เฮือน ใต้ บ่ เอา มดไป๊ หน้า จม กวง

    เฮือน บ่ เอา จิ เอา แต่ เจื้อ มดแขว แนว มดเก่า

    มด แต่เจ้า อ้าย ยี ปาน มา ยัง อยู่ มดเกิง มนต์ ปู่กวาน

    นั้น สุด เจือไม้ จิ เข้า มา อยู่ ฮวม สม สุด จั่วกน

    จิ เข้ามา อยู่ นำลุ นำหลาน ผู้ใหม่ ... จิ เข้ามา ขำแขน

    ลุหลาน เอ็ดตา จิ มา ขำ มา ลุ มา หลาน เอ็ด บ้าน

    เอ็ด เมือง กา เสื้อบานกวานนั้น

     

    รายการคำศัพท์

    เบิ่ง

    หมายถึง

    ดู

    จูหน้า

    หมายถึง

    ทุกคน

    เตงเม็ด

    หมายถึง

    ทั้งหมด

    แนว

    หมายถึง

    เชื้อสาย

    แต่เจ้า

    หมายถึง

    ครั้งก่อน ในอดีต

    จั่วกน

    หมายถึง

    ชั่วคน

    เอ็ดตา

    หมายถึง

    ทำที่พัก สถิตอยู่

     

    คำแปลคำกล่าวเสนฮับมด

    ไม่กล่าวไม่รู้จักหน้า ไม่เอ่ยวาจา ไม่รู้จักชื่อ นี่แหละคนชื่อ .... ซึ่งอยู่มาวันนี้มีเหตุอันไม่สบายกายไม่สบายใจ ให้ร้อนรุ่ม รุมเร้า ตัวเราอยู่

                    ขอถามมดถามมนต์ คนเจ้าท่านถ้วนหน้า ขอถามถึงต้นตระกูลที่เกิดมาทุกๆท่าน ถามมดผู้เป็นใหญ่กว่าใคร มดที่ใหญ่ที่สุดในเรือน ไม่ขอถามมดซึ่งเป็นป้า ไม่ถามหาน้า หาอา แม่มดทั้งหมายที่อยู่ปลายแถว จะเอาแต่เพียงมดที่สืบสาย ไม่กลายไปจากเก่าที่เราเคยมีมา มดมนต์ที่มาอยู่บนหิ้ง ไม่ทิ้งลูกทิ้งหลาน มาช่วยนำหน้า นำพาลูกหลานท่าน ผู้เป็นมดนั้นชื่อ .... ใช่หรือไม่ ท่านจะอยู่บนหิ้งสิงสถิตคู่บ้านตระกูลนั้นนา

     

                    พิธีเสนตั้งบั้งหรือเสนอ่านปาง (เสนกินปาง)

                    พิธีเสนตั้งบั้งหรือเสนอ่านปาง เป็นพิธีเซ่นถวายบูชามดมนต์ ผู้เป็นครูอาจารย์ ส่วนมากนิยมทำพิธีต่อเนื่องจากเสนเรือน (พิธีเสนเซ่นผีเรือนหรือผีบรรพบุรุษ) ทั้ง 2 พิธีกรรมนี้มีกระบวนการในการประกอบพิธีกรรมต่างกันและแยกจากกันโดยสิ้นเชิง บางกรณีมดที่มาอยู่ใหม่จะขอเร่งขึ้นหิ้งมด เพื่อมาคุ้มครองเจ้าของบ้าน ไม่ต้องการรอให้เลี้ยงหมูจนโตเพื่อทำพิธีเสนเรือน เจ้าของบ้านจึงต้องทำพิธีเสนตั้งบั้งให้เลยโดยไม่ต้องทำพิธีเสนเรือนก่อน

                    ตั้งบั้ง หรือตั้งบั้งหน่อ หมายถึง การกระแทกกระบอกไม่ไผ่ซึ่งถือว่าเป็นกลองยาว เครื่องดนตรีบนเมืองมด

                    อ่านปาง หรือกินปาง หมายถึง การเซ่นไหว้ เรียกมดมากินของเซ่นไหว้

                  (บุญมี ปาริชาติธนกุล, 2546: 66)

     

    คำกล่าวเสนตั้งบั้ง: บันทึก แปลโดยปิยวรรณ สุขเกษม (29 กรกฎาคม 2546)

    คำกล่าวเสนตั้งบั้ง

                    บ่กาว บ่จั๊งหน้า บ่วาบ่อจั๊กจือ เสื้อหวานกวานโกย อยู่ดีจั๊งเป็นยะ

    ปาหลัวนอน เป็นฮ้าย เป็นมือเปา เป็นเฮาจั๊งมาเป็นมื่อกำ

                    อุ้มเสื้อสู่ไก่ ไถ่เสือสูมอ ยอเสื้อสูเยื้อง บ่มีผีสางตอ บ่มีผีสางวา

    เอ๊าะหน้าไก่ตานตอ มอหลวงตานส่ายได้ เซาเฮจ้างม้าจิมาเข้า

    เมืองนาย พังพายจิมาเข้าสู่เมืองปู่ เมืองย่า เจ้าเก่า เสาจังวาเฮ่

    มีปานหมูดำ หมูดี ปานหมูปี๊ หมูมะ ปานไก่กล้า หน้าไก่ ใหม่ตัวหลวง

    มีตางนางหาน ปัวปานเจืองใจ้ เอ็ดปางนี้ว่าจิเยื้อง เอ็ดเฟืองนี้ว่าจิดี

    เอ็ดผีนี้ว่าจิฮอม มดแม่ปั้วเสาบ่หา มดแม่อาแม่ลัวเซาบ่สู้

    เซาจังมาเกี่ยง กะลุภุนลุลอเฮาให้มาเกี่ยวกะต้าวใหญ่เฮาหาน

    มาเกี่ยง ก๊ะกวานเมือง กวานเมืองเฮาเซิ่งเฮาใหญ่ เซาอุ้มเสื้อ

    ตอฮางนกแล่นหา อุ้มเสื้อตอฮางกาแลนสู หอมะปุมาวานกวานเจ้า

    ถ้วยข้าวมาวานล้านดาบโกนเพีย โกนเพียยังตายติดตั้ง

    ตายฮางแมงบี้ ตายติดหนี้ ห่อมะกวานวาน ตายติดหนี้ กวามหวาน

    ตานหยอย ตายติดหนี้ปุต่อยในดง ฮอดมื่อเวนต่ำ กำเวนดี

    โกนเพียงยังล่าม จ้างมา มาถองสามพังพายมาฮอดต้าว ถอดดั้ม

    ตาถี่ลายเถิง จังมาขึ้นตั่งนั่งอ่าน กล่าวขานกวานเสนเป็นเข็น

    ต่างฝ่ายนุแม่นายลัว เซายังกึดยังอ่าว ยังแต่งเจืองมาหลา

    เจืองพ้อม มีเตงปานหมูดำ หมูดี หมูปี๊ หมูมะ ปานไก่กล้า หน้าไก่

    ใหญ่ตัวหลวง กวดเหล้าปัยไปเหล้าปาง นางหาน ปัวปาน

    เจืองไล ปานเข้าก๊ะมะเข้าแต่ง บุงข้าวม้าอันพวง

     

    รายการคำศัพท์

    ตอ

    หมายถึง

    ถูกกระทำ

    เฟือง

    หมายถึง

    แบบนี้ วิธีนี้

    ลุลอ

    หมายถึง

    ลูกของคนในตระกูลสิงลอ (ผู้ต้าวสกุลเจ้า)

    กวานเมือง

    หมายถึง

    หมอเมือง หมอผู้ทำพิธี

    เพีย

    หมายถึง

    ผู้ต้าว เจ้าผู้เกิดจากผู้เป็นมเหสี เรียกต้าวเพีย เกิดจากพระสนม  ชื่อ ต้าวซ่า

    ลัว

    หมายถึง

    อาสะใภ้

    เจือง

    หมายถึง

    ของใช้

    ปี๊

    หมายถึง

    อ้วนใหญ่

    ตัวหลวง

    หมายถึง

    ตัวใหญ่

     

    คำแปลคำกล่าวเสนตั้งบั้ง

                    ไม่กล่าวนามไม่รู้จักหน้า ไม่เอ่ยวาจาไม่รู้จักชื่อ นี่แหละคือคนผู้หนึ่ง ซึ่งอยู่ดีๆ มีอันต้องเจ็บป่วยด้วยไม่ทราบสาเหตุ จึงมาโชคร้ายรุมเร้าให้เศร้าหมอง ทั้งวันได้ปานนี้

                    เมื่อมีผีมาสู่ ไม่รู้ล่วงหน้า ควานหาหมอดูให้ ไม่ใช่อื่นไกล มดมนต์มาสู่ ผู้เป็นลูกหลาน สืบสานเชื้อสายให้ได้คงอยู่ เช่น ปู่ ย่า ยาย ทั้งหลายเคยมีสิ่งดีให้เห็น เครื่องเซ่นควรตั้ง มีทั้งหมูดำ หมูดี อ้วนพี ตัวใหญ่ มีทั้งไก่ ของใช้ดีๆ ในพิธีว่าไว้ได้จดจำมาหาผู้รู้ทำให้ อย่างไรจึงจะดี อย่างไรเป็นศรีแก่ตนเอง เสนฮับมดนี้ไม่ใช้มดหญิง เป็นเสนใหญ่จริง พึ่งพิงหมอเมือง รู้เรื่องทุกอย่าง ผู้เกิดเรื่องวิ่งหา พาเสื้อวิ่งสู่ ห่อหมากพลู มาวานหมอจ้าว ถ้วยข้าวมาวานหมอเมือง พูดเรื่องดีๆ เป็นศรีแก่ท่าน คำหวานกล่าวขาน วานหมอด้วย ช่วยทำพิธี หมอนี้ได้ฟัง ยังถูกดวงจิต มีความเป็นมิตร จึงคิดนำพา หาวันดีให้ ได้แล้วจึงมา ว่าความตามพิธี แต่ก่อนเคยมีคำดีๆ ตามพิธีเสนฮับมด

                    กล่าวฝ่ายแม่บ้าน ลูก หลาน ย่า ยาย รวมถึงสะใภ้ ต่างได้ช่วยเหลือ แต่งเครื่องเซ่น ของใช้มากมาย กล่าวไว้ในพิธี มีทั้งถาดหมูดำ หมูดี อ้วนพี ตัวใหญ่ มีทั้งไก่ตัวโต ขวดเหล้าสาโท เครื่องใช้ ขาดไม่ได้ กระบุงข้าวม้า แล

     

                    พิธีเสนตัวหรือเสนขึ้นเสื้อ

                    พิธีเสนตัวหรือเสนขึ้นเสื้อ เป็นการเซ่นสังเวยเพื่อต่อชะตาให้ผู้ป่วย เนื่องจากขวัญผู้ป่วยไม่อยู่ ล่องลอยออกไปจากร่าง อาจหลงทาง จึงต้องบอกหมอและวานหมอให้ช่วยติดตามขวัญเพื่อให้กลับมาเข้าร่างดั่งเดิม พิธีการเสนตัวจึงเป็นเหมือนการเดินทางของจิตวิญญาณ ติดตามขวัญ หาขวัญ แล้วนำขวัญกลับเข้าร่างเดิม และเป็นการเซ่นสังเวยข้าวของ เครื่องใช้ เงินทองไปให้บรรพบุรุษที่ อดอยาก ขาดแคลน ต้องการให้บุตรหลานส่งข้าวของเครื่องใช้ไปให้(บุญมี ปาริชาติธนกุล, 2546: 75)

     

    คำกล่าวเสนตัว: บันทึก แปลโดยปิยวรรณ สุขเกษม (29 กรกฎาคม 2546)

    คำกล่าวเสนตัว

    บ่กาวบ่ฮู้จักหน้า บ่วาบ่จักจือ เสื้อหวานกวานโกย

    อยู่ดี จั๊งเป็นยะ ปาหลัวนอน เป็นฮ้าย เป็นมื่อเปา

    เป็นเฮาจังมา เป็นมื่อกำ

                    เจ้อนี่นา ... เสื้อหวานกวานนิ .... เตง บน เซา ยังว่า

    มีแม่ป้า เตงฟ้า มีแม่ปัวเกิงแม่นาง

    เจ้อนี่ จัง มี เจ้าแถน

    ผัด แถน ผ่านเจ้า แถนอ่านโกน เมืองโบน แถนปักไม้ใส่

    มือแถน เขียนหนังสือ ลายราง ลายลา ใส่นิ้ว จั้ววา ปี เบือน

    กา เมือง เตง ลง ก๊อบ ขอบ ด้ง แต่ ฟ้า แถนเขอ ลง เถิง

    เซา จัง จะมา ตัด ขอบด้ง เอ๊าะ จากกอ ยอขอบด้ง

    ออกจากบ่า เอ็ด สิ่งนี้ จั๊งจิ เหมือง เอ็ด เรื่อง นี้

    จั๊ง จิ ดี เอ็ด ผี นี้ จั๊ง จิ ฮอม เบือนมืด บ่ อยู่ เปา เบือน เอ๊าะ

    ใหม่ เซา บ่ กอง เซา ยัง ผัด เอา ปา เติง ฮ้อย ห้อย ตือ

    จือ ตาง ทิง เบือนมืด มา ปาน เขอล้ม เบือนห่อม ปาน เขอลง

    เบือน ซง ปาน เขอให้ ปาน เขอล้ม ลง ตอ แม่ กวาย

    ปานเขอ ตาย ลง ตอ แม่จ้าง ปานเขอ กวาง รวง เฮือน

    เขอล้ม บ่ บาย เขอตาย บ่ ขำ ปักหอก มั่น แลน ปาน ปืน

    นอน กืน จือ ใจ ไว้ ตั๊ก ไต จือ กวงกอ อุ้ม เสื้อ ตอ ฮาง ฮุ้ง

    แลน หา ตอ ฮาง ทาง แลน สู

     

    รายการคำศัพท์

    เตง

    หมายถึง

    เมือง

    แม่ปัวเกิงแม่นาง  

    หมายถึง

    แม่เบ้าแม่นาง ผู้มีหน้าที่ปั้นมนุษย์

    แถนเขอ

    หมายถึง

    เทพผู้บันดาลให้เกิดเคราะห์

    ห่อม

    หมายถึง

    หาย

    เขอลง

    หมายถึง

    โชคร้าย

    กวงกอ

    หมายถึง

    ในคอ

     

    คำแปลคำกล่าวเสนตัว

    ไม่กล่าวนาม ไม่รู้จักหน้า ไม่เอ่ยวาจา ไม่รู้จักชื่อ นี่คือคนผู้หนึ่ง ซึ่งอยู่ดีๆ มีอันต้องเจ็บป่วย ด้วยไม่ทราบสาเหตุ จึงมาโชคร้ายให้เศร้าหมอง ทั้งวันได้ปานนี้

                    ครานี้ ... นาย (นามผู้เสนตัว) เมืองบนเขาว่า ยังมีแม่ป้า บนฟ้ามีแม่เบ้าแม่นางสร้างมนุษย์ ครานี้มีเจ้าแถน ผัดแถนผ่าน เจ้าแถนนั้น ลิขิตชีวิตมนุษย์ให้เป็นไปตามเส้นสายลายมือมี่ปรากฎ กำหนดชะตามาเก่าก่อนย้อนสู่ปัจจุบันอันชะตาตก ต่างยกมือท่วมแขนให้แถนกรุณา แม้อยู่เมืองฟ้า ขอให้ฟ้าโน้มมาสู่เมืองดิน ขอให้แถนได้ยินและยอมช่วยด้วย กรุณาให้แถนมายกโชคร้ายกลายสิ้น หรือช่วยบอกวิธีทำอย่างไรชีวีจึงจะดีขึ้น ทำอย่างไรจึงจะหายจากความเจ็บไข้ ทำอย่างไรชีวิตจึงจะหายคลายความมืดมน เคราะห์โหมโถมหาไม่ว่าเดือนมือหรือเดือนสว่าง หาความกระจ่างมิได้ เคราะห์ร้ายหนักหนา เปรียบว่าไปเคราะห์ร้าย ใหญ่เท่าแม่ควาย ความเจ็บไข้เท่าแม่ช้าง ความกว้างเท่ากับตัวเรือน เคราะห์มาหา พาให้ไม่สบาย ความอยากให้หายจึงใจสู้ หาผู้รู้ช่วยบรรเทา เอาเสื้อไปหาหมอ ขอให้ท่านช่วยทำพิธีของต่อแถนเขอ

                    พิธีเสนแก้เคราะห์

                    พิธีเสนแก้เคราะห์ เป็นพิธีปัดรังควานให้เคราะห์หมดสิ้นไป คล้ายกับเสนเรียกขวัญ ต่างกันที่ไม่ต้องขึ้นเสื้อเหมือนเสนเรียกขวัญ และไม่ต้องปล่อยไก่ แต่จะนำเคราะห์ลอยไปกับแพเคราะห์แทน

                    ชาวไทยโซ่งเชื่อว่าเมื่อมีคนตายเกิดขึ้นในบ้าน บ้านนั้งถือว่ามีเคราะห์ มีสิ่งอัปมงคลเกิดขึ้น ต้องทำพิธีปัดรังควานให้หมดสิ้นไป โดยการเสนแก้เคราะห์ เพื่อคนในบ้านจะได้หมดเคราะห์ อยู่อาศัยในบ้านอย่างมีความสุข พิธีเสนแก้เคราะห์ต้องหาแม่มดมาทำพิธี หลังจากพิธีเสนแก้เคราะห์แล้ว จึงสามารถทำพิธีเสนเรือนได้ หากไม่ทำพิธีเสนแก้เคราะห์ คนในบ้านอาจเกิดเหตุเภทภัยได้ (บุญมี ปาริชาติธนกุล, 2546: 85)

     

    คำกล่าวเสนแก้เคราะห์: บันทึก แปลโดยปิยวรรณ สุขเกษม(29 กรกฎาคม 2546)

    คำกล่าวเสนแก้เคราะห์

                    บ่กาว บ่ฮู้จักหน้า บ่วาบ่จักจือ เสื้อหวานกวานโกย

    อยู่ดีจั๊งเป็นยะ ปาหลัวนอน เป็นฮ้าย เป็นมื่อเปา

    เป็นเฮาจั๊งมาเป็นมื่อกำ

                    เจ้อนี่ เสื้อหวานกวานนี่ ... เบือนมือปานเคาะ

    ล้มลงหลายเบือนหายปาน เคาะลงเบือนซงปานเคาะให้

    ปานเคาะล้มลงตอแม่ กวายปานเคาะลง ตอแมจ้าง

    ปานเคาะกว้าง ลงตอรวงเฮือน เคาะล้มเจ้าเสื้อบ่บาย

    เคาะตายบ่ขำ จั๊งปักเหาะหมั่น แลนปานปืน นอนกืน

    เซายังจื่อใจไว้ ตั๊กไต๊จื่อกวงกอ เซาจั้งอุ้ม เสื้อตอ

    ฮางฮุ้ง แลนหา อุ้มเสือตงฮางก๊กแลนสุ อุ้มเสื้อ

    ขึ้นขอกาม หาบเสื้อขึ้นหอกำ เวนฮ่วงปีกาย

    เวนฮายปีก่อน มะปูเหม็ดมาแตนจ้าว ข้าวน้ำ

    เหม็ดเมือแตนหมอ หามื่อใดมื่อหมานอ่านมื่อไดมื่อดี

    เซายังมีมะ ปู มา อาน โกนเจ้า ถ้วยข้าว มาวาน

    ล้านวานหลาบโกบเพีย

     

    รายการคำศัพท์

    ตอ

    หมายถึง

    เท่า

    กวาย

    หมายถึง

    ควาย

    รวงเฮือน

    หมายถึง

    บ้านทั้งหลัง

    ขำ

    หมายถึง

    จับ ถือไว้

    หมั่น

    หมายถึง

    แน่น

    แลน

    หมายถึง

    วิ่ง

    จื่อ

    หมายถึง

    จำ

    ปีกาย

    หมายถึง

    ปีที่แล้ว

    เหม็ด

    หมายถึง

    หมด

     

    คำแปลคำกล่าวเสนแก้เคราะห์

                    ไม่กล่าวนาม ไม่รู้จักหน้า ไม่เอ่ยวาจา ไม่รู้จักชื่อ นี่คือคนผู้หนึ่ง ซึ่งอยู่ดีๆ มีอันต้องเจ็บป่วยด้วยไม่ทราบสาเหตุ จึงมาโชคร้ายให้เศร้าหมอง ทั้งวันได้ปานนี้

                    ครานี้ นาย ... (นามเจ้าของเรือน) เคราะห์มาหา ดังว่าเดือนมืดดับสนิทไม่มีแสง เคราะห์ซ้ำกรรมแรงถาโถมโหมให้ เคราะห์ร้ายลงมาครานี้ มิมีแรงต้าน เปรียบเปรยไปเคราะห์ร้ายดั่งแม่ช้าง ความกว้างของเคราะห์เท่ากับบ้านเรือน เคราะห์ผ่านมาพาให้เจ้าเสื้อไม่สบาย มีเคราะห์ร้าย คนตายในบ้านอันไม่เป็นมงคล ผู้ที่ยังอยู่จิตใจกังวล กลัวตนไม่ปลอดภัย จึงเอาเสื้อของตนมาขึ้นหิ้งมดไว้ ขอกราบไหว้มดมนต์ มาทำพิธี ให้ดีแก่ครอบครัว ดูวันที่เหมาะสมมาทำพิธี มีหมากพลูไปขึ้นเสื้อ ข้าว น้ำ ตามพิธีมีกำหนด หากของเหล่านี้หมดก็เติมแทน เมื่อหาวันดีเป็นศรีวัน เตรียมการทำพิธีแก้เคราะห์ ข้าวสารหมากพลูที่ว่ามาคือ การวานหมอมาทำพิธีฉะนี้แล

     

                    พิธีจุดเทียนนำขวัญ

                    พิธีจุดเทียนนำขวัญ เป็นพิธีเซ่นสรวงเทวดาหรือผีให้ช่วยตามขวัญ โดยทำการจุดเทียนนำขวัญ ตามขวัญที่หายไปให้กลับเข้าร่างผู้ป่วย

                    ชาวไทยโซ่งเชื่อว่าพิธีจุดเทียนนำขวัญเป็นการให้มดมนต์ตามขวัญที่หายไปให้กลับคืนมา แม่มดประกอบพิธีโดยจุดเทียนไว้แล้วนอนหลับตาตั้งจิตให้เป็นสมาธิ ให้มดมนต์ติดตามขวัญ หากติดตามขวัญได้ภายใน 3 คืน ผู้ป่วยจะมีชีวิตต่อไป หากพ้น 3 คืนไปแล้วไม่สามารถตามหาขวัญพบ ผู้ป่วยนั้นจะถึงแก่ชีวิต (บุญมี ปาริชาติธนกุล, 2546: 90)

     

    คำกล่าวกวามแปงขวัญ (บ่มี): บันทึก แปลโดยปิยวรรณ สุขเกษม (17 สิงหาคม 2546)

    คำกล่าวกวามแปงขวัญ (บ่มี)

                    เสื้อหวานกวานมี อยู่ดีฮาเป็นยะ ปาหลัวนอน เป็นฮ้าย

    เป็นมื่อเปา เป็นเฮา เป็นมื่อกำ ยังไส่จาง กางกืนยังไส่เต้า

    นอนตื่นเจ้าไส่ฝนหลาย เจองายไส่ฝนแดด ไส่แตด

    กิ๋งหลาย ไส่หวางหวา ตัวเฮือนหยาว เจ๊บหัวปานเมาเหล้า

    เจ็บเกล้าปานเมานอน ลุกไปจิล้ม ก้มไปจิชวน

    เป็นห่ามซางเฟือง เป็นเหลืองซางกล้วย กินข้าวบ่แจบ กวง

    ป๊ะแกว มะ บ่แจบกวงคอ อุ้มเสื้อไปสู่มอ ยอเสื้อไป

    สู่เยื้อง บ่มีผีซางต่อ ไปสู่มอบ่มีผีซางวา ขวัญยะยืน

    ยังต้อเจ้า ขวัญยะผูยะแก่ ยังต้อตัว ยังฮักใหญ่

     

    รายการคำศัพท์

    ไส่

    หมายถึง

    เป็นไข้

    เต้า

    หมายถึง

    ไข้ขึ้น

    กิ๋งหลาย

    หมายถึง

    เป็นมาก

    ห่าม

    หมายถึง

    เป็นไข้ซีดเซียว

    ป๊ะ

    หมายถึง

    ปาก

    แกว

    หมายถึง

    เคี้ยว

    มะ

    หมายถึง

    หมาก

    บ่

    หมายถึง

    นาย ไม่

    ต่อ

    หมายถึง

    มาถูกตัว

     

    คำแปลคำกล่าวกวามแปงขวัญ (บ่มี)

                    นายมีนี่หนา อยู่ดีก็มาเป็นไข้ ล้มหมอนนอนเสื่อ เจ็บไข้ได้ป่วย มีความทุกข์ไม่สร่างซ่า เป็นไม่เลือกเวลา ไม่ว่าค่ำคืนหรือตื่นตอนเช้า ไข้ของเจ้านั้นมากมาย เป็นความไม่สบายทั่วร่างกาย ทั้งบ้านเจ้า ปวดหัวดั่งคนเมาเหล้า ปวดหัวดังคนง่วงนอน ลุกไปก็จะล้ม ก้มไปก็ซวนเซ หน้าตา ผิวพรรณซีดเซียว เหลืองดั่งผลมะเฟือง เหลืองดั่งกล้วย กินข้าวไม่ถูกปาก กินหมากไม่อร่อยถูกคอ เหมือนว่าตัวเจ้านี่หนอ บ่มีผีคุ้มต่อตัวเจ้า ขวัญเอ๋ยมาสู่ตัวเจ้า ขวัญเจ้าเฒ่าจงอยู่ยืนจนแก่เฒ่า ยังรักมาก

     

    (3) ความเชื่อและพีธีกรรมเกี่ยวกับผีเรือนหรือผีบรรพบุรุษ

                    ชาวไทยโซ่งถือปฏิบัติพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องผีเรือนอย่างเคร่งครัด และได้ทำพิธีเชิญผี(บรรพบุรุษ) ขึ้นเรือน โดยจัดให้ผีอยู่ในกะล้อห่อง (ห้องผีเรือน) เพื่อให้มาสถิตประจำเป็นผีเรือน เวลาเซ่นไหว้ผีเรือนจะมีการเรียกชื่อผีเรือนจากปั๊บผีเรือน หรือสมุดผีเรือน (เป็นสมุดจดรายชื่อบรรพบุรุษที่เสียชีวิตแล้วของตระกูล) ให้มากินเครื่องเซ่น เพื่อทำให้บรรพบุรุษมีกินไม่อดอยาก การทำพิธีเสนเรือนมีผลต่อจิตใจของบุตรหลานที่ระลึกถึงและได้ตอบแทนผู้มีพระคุณ ทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข ความเจริญ เกิดสิริมงคลแก่ทุกคนในครอบครัว ดังนั้นชาวไทยโซ่งจึงประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับผีเรือนหลายพิธี เช่น พิธีเสนเรือน การปาดตง พิธีเสนกวัดกว้าย (เสนกวัดไกว) และการเชิญผีขึ้นเรือน

     

                    พิธีเสนเรือน

                    พิธีเสนเรือน เป็นพิธีเซ่นไหว้ผีเรือนหรือผีบรรพบุรุษที่อยู่ในตระกูลเดียวกัน ชาวไทยโซ่งถือว่าเป็นพิธีเสนที่ยิ่งใหญ่ ต้องทำกันทุกครัวเรือน เป็นพิธีกรรมที่ต้องถือปฏิบัตขาดไม่ได้ และต้องจัดพิธีเสนเรือนเป็นประจำทุกปี หรือ 2-3 ปีต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพทางเศรษฐกิจของแต่ละครอบครัว นิยมทำกันในเดือน 4 เดือน 6 และเดือน 12 เนื่องจากเป็นช่วงที่ว่างเว้นจากฤดูทำนา ขณะที่เดือน 5 เป็นเดือนที่มีอากาศร้อน ผัก ผลไม้ไม่อุดมสมบูรณ์ชาวไทยโซ่งจึงไม่นิยมทำพิธีเสนเรือนในเดือน 5 ส่วนเดือน 9 เดือน 10 และเดือน 11 เป็นช่วงที่ผีเรือนไปเฝ้าแถน และเป็นฤดูทำนาไม่สะดวกในการทำพิธีเสนเรือน

                    พิธีเสนเรือนสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่ม จัดกลุ่มตามการสืบผีที่แตกต่างกัน เนื่องจากชาวไทยโซ่งมีการแบ่งชนชั้นการสืบเชื้อสายออกเป็น 2 ชนชั้น คือชนชั้นผู้ต้าวและชนชั้นผู้น้อย เมื่อตายไปแล้วก็ยังแบ่งผู้ที่ตายไปแล้วเป็นผีผู้ต้าว (ผู้สืบเชื้อสายมาจากชนชั้นเจ้านาย และอยู่ในสิง หรือตระกูลลอ) และผีผู้น้อย (ผู้สืบเชื้อสายมาจากชนชั้นสามัญชน และอยู่ในสิงหรือตระกูลสิงวี สิงกา สิงแลง สิงลู ฯลฯ) (บุญมี ปาริชาติธนกุล, 2546: 95-96)

     

    คำกล่าวเสนเรือน: บันทึก แปลโดยปิยวรรณ สุขเกษม (29 กรกฎาคม 2546)

    คำกล่าวเสนเรือน

                    หย่าวเฮือน เพื่อนต่าง ปดต่างวางนอนเหิง

    นานยาน คาว บ่ได้หล่อได้คุ้ม ยังถึ๊หล่อถึ๊คุ้ม

    ฮอดมื่อเวนต่ำ กำเวนดี ยังมีห่อมะปู ไปฮอดไปหา

    ก๊ะโองไตโองจาง โองไตโองจางก่ยังฮักยังแปง

    บ่ถิ้ม ไปไกบ่ไลไปอื่น ยังอาบน้ำเนื้อเสื้อดี หวีหัวเกี้ยง

    ก่าวบาดจาง ยางเปียงมา ขึ้นตั่งนั้งต๊าม ก็ยังได่

    ก็ยังได่ เป็นปางหล่อปางคุม ดีสองฟ๊ะ มะ สองตาง

    ไปบ่มาบ่ข้อง จาวมะ จางหลายบ่เม็ดบ่แพ้ เยิงวาแลแล้ว

     

    รายการคำศัพท์

    หย่าวเฮือน

    หมายถึง

    บ้าน

    เหิง

    หมายถึง

    นาน

    หล่อ

    หมายถึง

    เซ่นไหว้ เสน

    ยังแปง

    หมายถึง

    ยังรักอยู่

    เกี้ยง

    หมายถึง

    สะอาด

    จาง

    หมายถึง

    หมอพิธี หมอเสน

    ตั๋ง

    หมายถึง

    เก้าอี้เตี้ยๆ ที่หมอพิธีนั่ง

    ฟ๊ะ

    หมายถึง

    ข้าง

    มะ

    หมายถึง

    ดี

    คำแปลคำกล่าวเสนเรือน

                    ณ บ้านนี้ เป็นเวลาเนิ่งนานผ่านมาแล้ว ที่มิได้จัดพิธีเลี้ยงผีบรรพบุรุษ เมื่อถึงวันดีเป็นศรีวัน สมควรแก่เวลา จึงไปหาหมอเสนเพื่อเซ่นไหว้ทำพิธี ของที่จะนำไปหาหมอนั้นมีห่อหมากพลู ผู้เป็นจาง (หมอ) ก็ยังรักใคร่ ไปมาหาสู่อยู่ ท่านหมอเป็นผู้รู้ความตามตำรา ท่านจึงมาตามกำหนด มาขึ้นนั่งตั่งกล่าวความตามวิถี ให้ทำแล้วอยู่ได้เป็นการดี ทำทั้งที่มีสุขไม่ทุกข์ใจ

     

    การปาดตง

    การปาดตง เป็นการเซ่นไหว้ผีเรือน หรือผีบรรพบุรุษต้นตระกูล เพื่อให้มีของกินเหมือนกับตอนที่มีชีวิตอยู่

    ปาดตง แปลว่า วาง ตั้งไว้ หรือนำเข้ามาถวาย คือนำเครื่องเซ่นตั้งไว้ให้ผีเรือน หรือผีบรรพบุรุษกินที่กะล้อห่อง (ห้องผีเรือน) เชิญผีเรือนมารับอาหารที่เซ่นไหว้ เพื่อเป็นการระลึกถึงบุญคุณของบรรพบุรุษ

                    ปาดตง แบ่งเป็น 2 ประเภท คือปาดตงเป็นประจำ และปาดตงข้าวใหม่

                    1. การปาดตงประจำ

                        การปาดตงประจำ เป็นการเซ่นไหว้ข้าวปลาอาหารประจำทุก 5 วันสำหรับตระกูลผู้ต้าว และการเซ่นไหว้ข้าวปลาอาหารประจำทุก 10 วันสำหรับตระกูลผู้น้อย

                        ชาวไทยโซ่งมีความเชื่อเรื่องผี จึงบูชาผีบรรพบุรุษ มีการเชิญผีขึ้นเรือนเป็นผีประจำเรือนหรือผีเรือน เพื่อให้บุตรหลานได้เซ่นไหว้เป็นการปฏิบัติเพื่อระลึกถึงผีพ่อแม่ และผีบรรพบุรุษ เป็นการตอบแทนพระคุณและมีการปาดตงเพื่อให้ผีบรรพบุรุษมีของกินเหมือนเมื่อตอนมีชีวิตอยู่ บุตรหลานต้องปฏิบัติเป็นประจำ โดยจัดข้าวปลาอาหาร ขนม ผลไม้ และเหล้า เพื่อนำไปเซ่นผีเรือนในกะล้อห่อง อาหารที่ใช้เซ่นเป็นอาหารที่บุตรหลานรับประทานในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องทำอาหารพิเศษ แต่ต้องตักให้ผีเรือนกินก่อน แม้แต่ข้าวสุก หรือข้าวเหนียวก็ใช้ข้าวปากหม้อ เมื่อจะปาดตง เจ้าบ้านจะเป็นผู้นำอาหารไปเซ่นผีเรือนที่กะล้อห่อง ถ้าเจ้าบ้านไม่อยู่ก็จะให้ผู้สืบผีเดียวกัน เช่นสะใภ้เป็นผู้นำอาหารไปปาดตง และต้องบอกผีเรือนให้มากินเครื่องเซ่น พร้อมทั้งขอพรให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขแก่ทุกคนในครอบครัว ให้ได้ผลผลิตจากไร่นาเพิ่มขึ้น ทุกครั้งก่อนที่จะนำอาหารไปเซ่นไหว้ต้องบอกกล่าวที่หน้ากะล้อห่องก่อนแล้วจึงยกอาหารเข้าไป ส่วนใหญ่ผู้ที่ทำหน้าที่ปาดตงมักเป็นสะใภ้ เพราะเป็นผู้มีหน้าที่ทำอาหาร ในทางปฏิบัติเมื่อสะใภ้จะเข้าไปในกะล้อห่องต้องสวมเสื้อฮีก่อนนำอาหารเข้าไปเซ่นไหว้ในกะล้อห่อง นอกจากสะใภ้คนนั้นมีบุตรแล้วก็ให้บุตรยกอาหารไปปาดตงได้

                    การปาดตง ส่วนมากจะทำปาดตง 2 ครั้ง คือ ปาดตงข้าวงาย (อาหารเช้า) 1  ครั้ง และปาดตงข้าวเวน (อาหารกลางวัน) 1 ครั้ง อาหารใส่ถาดวางไว้ที่กะล้อห่องประมาณ 1 ชั่วโมง หากบ้านใดไม่สะดวกในช่วงกลางวัน เมื่อปาดตงข้าวงาย รอสักพักก็นำอาหารมาเปลี่ยน และปาดตงข้าวเวนต่อ แล้วจึงยกอาหารออกมารับประทานได้ (บุญมี ปาริชาติธนกุล, 2546: 108)

     

    คำกล่าวกวามปาดตง: บันทึก แปลโดยปิยวรรณ สุขเกษม (29 กรกฎาคม 2546)

    คำกล่าวกวามปาดตง

    ฮอดมือสันวันดี ข้าวสุกมาบ่ง งายตงมาปาด ฟันมา

    มะป๊ะมากิน ซักถ่อปอดั้ม ซักแขแมดั้ม ซักถ่อปู่ดั้ม ย่าดัม ย่าเจื้อ

    ตังเหม็ดจูผูจูท้น ให้เจื้อกันมา มากินงายตงเน้อ กินแล้วให้กุ้มให้กวม

    ลุเต้าลุหลานให้อยู่ดีมีเฮง จูผู้จูกน เอ็ดฮังให้ได้ให้มี ให้มีกิน

    มีอยู่ให้ร่ำให้รวย ให้ลุหลานนี่ เอ็ดไฮให้เป็นข้าวฮวงหนา เอ็ดนา

    ให้เป็นข้าวหนาฮวงใหญ่ ซุ้มข้าวใหญ่ปอขวานนัก ปู๊ผักให้

    ปอขวานห้อย เอ็ดน้อยให้ได้หลาย เอ็ดหลายให้ได้เอ่

    ให้สมมกสมใจ ให้สมใจอื้ ให้ถึใจกอ ให้มีกินมีอยู่ มีใจ้มีกินกินบ่มก จกบ่พ่อง

     

    รายการคำศัพท์

    งายตง

    หมายถึง

    อาหารเช้าผีเรือน

    ปาด

    หมายถึง

    ยกวาง วางไว้

    เจื้อ

    หมายถึง

    ชวน

    กุ้ม กวม

    หมายถึง

    คุ้มครอง ปกปักรักษา

    เอ่

    หมายถึง

    มาก

     

    คำแปลคำกล่าวกวามปาดตง

                    ถึงวันดีเป็นศรีวัน เอาข้าวสุกลงจากเตา เอาข้าวมาปาดตง ขอเชิญมากิน ทั้งพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ทุกคนที่เป็นบรรพบุรุษทั้งหมดทุกผู้ทุกคน ให้ชวนกันมา มากินอาหารมื้อเช้า เมื่อกินแล้วขอให้ช่วยปกปักรักษา ให้ลูกหลานอยู่เย็นเป็นสุข ทำทุกสิ่งทุกอย่างขอให้มีอยู่ ขอให้ร่ำให้รวย ให้ลูกหลานนี้ทำไร่เป็นข้าวรวงหนา ทำนาให้เป็นข้าวหนารวงใหญ่ ซุ้มข้าวใหญ่พอขวานบาก ปลูกผักให้พอขวานห้อย ทำน้อยให้ได้มาก ทำมากให้ได้มากยิ่งขึ้นไป ให้สมอกสมใจ สมใจนึก มีกินมีอยู่ มีกินมีใช้ กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักหมด

    ปัจจุบันชาวไทยโซ่ง กล่าวคำปาดตงแบบย่อๆ คือ “อ้ายอู่เอมอู่ อ้ายเฒ่า เอมเฒ่าเอ้ย มื่อนี้ลูกหลานเอาข้าวงายตงมาปาด ให้มากินงายตงกัน จูผู่จูกนเน้อ ให้จอยปกปักรักษาลุหลานให้อยู่ดีมีแฮงเน้อ” แปลความว่า “ปู่ ย่า ตา ยาย วันนี้ลูกหลานได้นำอาหารเช้า ข้าวปลาอาหารมาเซ่นไหว้ ขอให้ท่านทั้งหลายจงมารับโดยพร้อมเพรียงกัน และขอให้ช่วยปกป้องคุ้มครองลูกหลานให้อยู่ดี มีสุขทุกๆคนด้วยเถิด”

     

                    2. การปาดตงข้าวใหม่

                        การปาดตงข้าวใหม่ เป็นพิธีกรรมเก็บเกี่ยวข้าวใหม่มาเซ่นไหว้ผีพ่อแม่ ผีบรรพบุรุษกินก่อน ในช่วงฤดูกาลเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวของทุกปี ดังนั้นการปาดตงข้าวใหม่จึงเป็นการปาดตงประจำปี

                        ชาวไทยโซ่งส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวในเดือน 12 ข้างแรม หรือเดือนอ้ายข้างขึ้น ข้าวในนาเริ่มแก่พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวมาเข้ายุ้งเพื่อรอคนมาซื้อข้าวเปลือก ด้วยความสำนึกถึงบุญคุณบรรพบุรุษชาวไทยโซ่งจึงต้องทำพิธีเก็บเกี่ยวเอาข้าวใหม่มาให้ผีพ่อแม่ ผีบรรพบุรุษได้กินก่อน แล้วจึงเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวในนาไปจนกว่าจะหมดฤดูเก็บเกี่ยว ถือว่าเป็นการแสดงถึงความกตัญญู ได้ทดแทนพระคุณ เป็นสิริมงคลในการทำนาต่อไป และเชื่อว่าจะทำให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพิ่มขึ้น (บุญมี ปาริชาติธนกุล, 2546: 113)

     

                    พิธีเสนกวัดกว้าย (เสนกวัดไกว)

                    พิธีเสนกวัดกว้าย (เสนกวัดไกว) เป็นพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปจากเรือน แบบพิธีปัด

    รังควาน (กวัดกว้าย แปลว่า ปัดให้พ้นไป) 

    ชาวไทยโซ่งเชื่อว่าเรือนใดที่มีคนตายและเผาไปแล้ว ถือว่าเรือนนั้นเป็นเรือนไม่ดี (เป็นเรือนร้าย) ไม่เป็นมงคล เป็นเรือนไม่สะอาดต้องมีการแผ้วเรือน (แผ้ว แปลว่า ล้าง กวาดถูเรือนให้สะอาด) ปัดรังควานสิ่งชั่วร้ายให้ออกจากเรือน หากหลงลืม ละเลยไม่ได้ทำพิธีแผ้วเรือน จนเป็นเหตุให้คนในเรือนเจ็บป่วย ต้องไปหาหมอเยื้อทำนาย ก็จะทราบว่า เพราะเจ้าของบ้านไม่ได้แผ้วเรือน จะต้องทำพิธีเสนกวักกว้าย เรือนนั้นจึงจะหมดเคราะห์เป็นเรือนดี พิธีเสนกวัดกว้ายจึงเป็นพิธีขับไล่ปัดสิ่งชั่วร้ายให้ออกไปจากสิ่งต่างๆที่อยู่ในเรือน เช่น ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า ที่นอน หมอน มุ้ง แม้แต่น้ำในตุ่มก็ต้องเทออกหมด ด้วยการปัดกวาดบ้าน ปัจจุบันจะพรมน้ำมนต์ด้วย แล้วทำพิธีเซ่นผีที่ทำให้เกิดเคราะห์แค่คนในเรือนเพื่อแก้เคราะห์ให้หมดไป หลังจากนั้นจะมีพิธีเสี่ยวทายเกี่ยวกับชะตาของคนในเรือน เป็นการดูเคราะห์ให้กับคนในเรือนด้วย (บุญมี ปาริชาติธนกุล, 2546 สัมภาษณ์นางลาว สระทองฮ้วม: 115)

     

    คำกล่าวเสนกวัดกว้าย: บันทึก แปลโดยปิยวรรณ สุขเกษม (9 สิงหาคม 2546)

    คำกล่าวเสนกวัดกว้าย

                    เสื้อบานกวานกอนี่ แต่ปางหลังก่อยังฮาได่กวย

    กู่สู้กันเอ็ด เยินนำเฮือนเพื่อนขาดอยู่ นำอ้ายนำเอมนำลุ

    นำผัวนำลุนำหลานได้หลายปีมีหลายข้าว เต้ามัวปี

                    เสื้อหวานกวานโกย เซายังเอาห่อมะปู

    มาวานมดซุบลุบอยู่ตีนได สายไล้อยู่ตีนเวียงวานต้าว

    กังกักต้าวกังกอย ต้าวน้อย ยังอยู่ยังหิน ฝ่าตีนตอ

    แม่มือสองนิ้ว วานจ้างกินหยัวะ สบหมอง จ้างกินตอง

    สบเส้า จ้างเฒ่านำขวัญ แก่นดีนิน แก๋นดีได้

    ได้กินปูเอ็ดใจมะ ได้กินมะ เอ็ดใจดี จั๊งอ่อน

    ใจลง จั๊งบังใจให้มาแผ้ว เสาไม้เหมือน มาแผ้วเฮือน

    เสาไม้แก่น ...

     

    รายการคำศัพท์

    มดซุบ

    หมายถึง

    มดตำแหน่งเล็ก

    ต้าวกังกักต้าวกังกอย

    หมายถึง

    ผู้สืบเชื้อสายผู้ต้าวแต่ปลายแถว

    วาน

    หมายถึง

    ไหว้วาน

    หยัวะ

    หมายถึง

    ต้นกล้วย

    สบ

    หมายถึง

    ปาก

    ขวัญ

    หมายถึง

    วิญญาณ

    แผ้ว

    หมายถึง

    กวาด ปัดรังควาน

     

    คำแปลคำกล่าวเสนกวัดกว้าย

                    จะกล่าวนามตามชื่อนาย ... แต่ปางหลังยังอยู่คู่กับบ้าน มีความสุขกับพ่อ แม่ และลูกเมีย พร้อมลูกหลานอยู่มาได้ หลายปีที่ผ่านนาน จนข้าวหว่านเก็บได้อยู่หลายครั้ง

                    นาย ... นี่หนอ เจ้ายังเอาห่อหมากพลู มาวานมด แม่มดนี้ไม่ใช่แม่มดใหญ่ มิได้เป็นหมอเมือง เป็นมดน้อย เป็นมดต่ำต้อยปลายแถว เปรียบมดนี้แล้วช่างเล็กนัก จักว่าไปความเล็กใหญ่ เปรียบได้กับร่างกายของมด ฝ่าเท้าของมดนี้ เท่ากับนิ้วมือแค่เพียงสอง เจ้ามาวานมดทำพิธีเรียกขวัญ อันเกิดจากความเศร้าหมองดต้องความตาย จะให้ช้างเฒ่าตามขวัญอันอยู่ไกลมาให้เจ้า เมื่อได้รับรู้จากการวานครู ได้กินพลูของไหว้พร้อมหมากไม้ ทำให้ใจดีจึงดลใจให้มาปัดรังควาน แผ้วบ้านเรือน เริ่มตั้งแต่เสาไม้ไปจนถึง....

     (4) ความเชื่อและพีธีกรรมเกี่ยวกับผีเกือด

                    พิธีเสนฆ่าเกือด

                    พิธีเสนฆ่าเกือด เป็นพิธีกรรมที่จัดทำขึ้นเพื่อทำให้เด็กหายจากอาการเจ็บป่วย และรักษาชีวิตเด็กให้รอด พิธีเสนฆ่าเกือดเป็นการบอกกล่าวต่อผีเรือนให้ผีเรือนช่วยให้เด็กหายจากอาการเจ็บป่วย เมื่อเด็กหายจากเจ็บป่วยก็ทำพิธีเสนฆ่าเกือดให้ พิธีเสนฆ่าเกือดต้องทำหน้ากะล้อห่อง ในการทำพิธีมักทำพิธีในเดือนใดก็ได้ ยกเว้นเดือน 9 เดือน 10 เพราะผีเรือนไปเฝ้าแถน ส่วนเดือน 11 เป็นฤดูทำนา ไม่สะดวกในการทำพิธี เจ้าภาพต้องนำสัตว์ที่จะฆ่าแทนผีเกือด เช่น นกกระจอก หนู หรือไก่ตัวเล็กๆมาทำพิธี โดยการฆ่าสัตว์เหล่านั้นแทนผีเกือด

                    ชาวไทยโซ่งมีความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับผีเกือดว่า ผีเกือดเป็นวิญญาณของผีผู้หญิงที่ถือว่าเป็นผีร้าย เมื่อมีโอกาสจะเข้ามาเกิดในท้องคน แต่เมื่อมีชีวิต อายุจะไม่ยืนยาวจะเสียชีวิตอายุตั้งแต่ 1 ขวบถึงประมาณ 30 ปี ถ้าใครเกิดแล้วเสียชีวิตตั้งแต่อายุไม่ถึง 30 ปี ชาวไทยโซ่งในอดีตไม่คิดเสียใจเพราะเชื่อกันว่า เด็กคนนั้นเป็นลูกผีเกือดมาเกิด เกิดมาเพื่อเอาแต่ข้าวของ ยังไม่ได้ทำประโยชน์ให้พ่อแม่

                    นอกจากนี้เด็นที่เกิดมาแล้วเจ็บป่วยบ่อย สามวันดีสี่วันไข้  ชาวไทยโซ่งมักคิดว่าอาจเป็นอำนาจของผีเกือดที่ส่งเด็กมาเกิด และคิดจะเอาลูกของตนเองคืนไป เลยพยายามหาทางให้เด็กถึงแก่ชีวิต อาจเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยตาย มีวิธีเดียวที่จะสามารถช่วยทำให้เด็กอยู่รอดต่อไปได้คือการฆ่าผีเกือดนั้นเสีย หากผีเกือดตายแล้วเด็กจะสามารถอยู่รอดได้ โดยวิธีฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆแทนผีเกือด (บุญมี ปาริชาติธนกุล, 2546 สัมภาษณ์นายทราย สระทองอุ่น นายพรม ทองคงหาญ และนางงาม ทองคงหาญ: 128-129)

     

    คำกล่าวเสนฆ่าเกือด: บันทึก แปลโดยปิยวรรณ สุขเกษม (26 กันยายน 2546)

    คำกล่าวเสนฆ่าเกือด

                    ซางวา เป็นเกือดหลอมดินบ่หม่า เกือดล้อมฟ้า

    บ่ ใหญ่สูงยาวก็ยังอุ้มเสื้อตอฮางนกแลนหา

    อุ้มเสื้อตอฮางกาแลนสู ห่อหมะปูมาวาน

    กวานจาวถ้วยข้าวมาวานโกนหลาบโกนเพีย

                    ……………………………………………….

                    เสื้อบางนางกอมือซ้ายจิ เสี๊ยะ ลุมา

    มือขวาจิเสี๊ยะ เอาลุไว้กา สองมือจิอ่อนเอาลุ

    อ่อนมากินนมอา จิอุ้มลุกินนมจิอุ้มโจม

    เอาลุกินข้าว ย้า

                   

    รายการคำศัพท์

    เกือด

    หมายถึง

    ผี วิญญาณร้าย

    หม่า

    หมายถึง

    เติบใหญ่ ดีขึ้น

    ฮาง

    หมายถึง

    รัง กระถาง

    เสี๊ยะ

    หมายถึง

    อุ้ม โอบ

    อ่อน

    หมายถึง

    เอาใจ

    โจม

    หมายถึง

    แสดงความรัก

     

    คำแปลคำกล่าวเสนฆ่าเกือด

                    อันว่าผีเกือดมาจากดินไม่มีวันเติบใหญ่สูงยาวมาเป็นลูกใครเขา เจ้านั้นต้องไปหาหมอเยื้อง อุ้มเสื้อตัวใหญ่วิ่งหา ห่อหมากพลูมาวานมดวานหมอ ขอให้ช่วย

                    ..........................................

                    เจ้าของเสื้อ (เจ้าของงานเสนเกือด) ชื่อ นางกอ นางกอ เจ้าจะเอาลูกไว้ไหม สองมือเจ้านั้น จะโอบอุ้มลูกหรือไม่ แล้วเจ้าจะให้นม ให้ข้าวกินหรือไม่ อย่างไร

     

    (5) ความเชื่อและพีธีกรรมเกี่ยวกับผีตายโหง

                    การส่งแพเคราะห์และการทำสังกบาล

                    การส่งแพเคราะห์และการทำสังกบาล เป็นพิธีกรรมเกี่ยวกับผีตายโหง เป็นการส่งข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า อาหาร ให้ญาติที่ตายโหงซึ่งมากระทำให้คนเจ็บป่วย ถือว่าคนนั้นมีเคราะห์ จึงต้องทำพิธีส่งเคราะห์ไปกับแพเคราะห์แทนตัวผู้ป่วย

                    กบาล หมายถึง เครื่องเซ่นผีที่ใช้ภาชนะกับตุ๊กตา แล้วนำไปทิ้งที่ทางสามแพร่ง โดยการเสียเครื่องเซ่นให้ผี

                    การทำสังกบาล เป็นพิธีขับไล่ผีที่เข้ามาสิงในตัวคนทำให้คนเจ็บป่วย หรือเป็นการปัดเคราะห์ ปัดรังควานอันเกิดจากผีร้ายกระทำ

                    ชาวไทยโซ่งเชื่อว่าคนที่ตายหากตายดี คือเจ็บป่วยตายวิญญาณก็จะไปอยู่บนเมืองฟ้าตามประเพณี โดยมีการบอกทางไปเมืองแถน และมีการเอาผีขึ้นเรือนให้บุตรหลานได้เซ่นไหว้ หากตายด้วยอุบัติเหตุ หรืออัตวิบาตกรรม เช่น รถชน หรือฆ่าตัวตายจะไม่มีการเอาผีขึ้นเรือน วิญญาณจะเป็นผีร้าย เป็นผีตายโหง เร่ร่อนไม่มีที่อยู่แน่นอน บางครั้งเข้ามาสิงอยู่ในตัวคน เพื่อต้องการให้คนนั้นทำบุญให้ เนื่องจากผีเหล่านั้นได้รับความลำบาก อดอยาก ไม่มีใครเซ่นอาหารหรือส่งข้าวของเครื่องใช้ไปให้ บางครั้งผีเหล่านั้นเป็นผีที่ไม่มีญาติ ก็จะบันดาลให้ผู้คนเกิดการเจ็บป่วย ถูกผีกระทำ (การไปถูกกระทำมา ชาวไทยโซ่งเรียกว่า ต้องเซ๊าม๊า) ต้องให้หมอเยื้องเยื้องหาสาเหตุ เมื่อทราบว่าเหตุเกิดเพราะผีตายโหงมากระทำให้เจ็บป่วย เนื่องจากต้องการของกิน ต้องการข้าวของเครื่องใช้จึงต้องทำพิธีส่งแพเคราะห์ หรือทำสังกบาล เป็นอุบายวิธีเพื่อขับไล่ผีร้ายไม่ให้มารบกวนและมารังควานให้เกิดความเดือดร้อน(บุญมี ปาริชาติธนกุล, 2546 สัมภาษณ์นายทราย สระทองอุ่น: 132-133)

     

    คำกล่าวสังกบาล(การส่งแพเคราะห์): บันทึก แปลโดยปิยวรรณ สุขเกษม (26 กันยายน 2546)

    คำกล่าวสังกบาล

                    หยูเหิงนานยานคาว แล้วก็จางต๊ก จางบ่ได้

    จางฮาย จางบ่มีได้ยะ ได้จูสี มี จิมี จูเยื้อง

    ลุมึง กึงหลานมึง เซายังยืน เซายังแตงปาน

    ซวงเสื้อมาหาหลาโขมปานแต่ทาเฮือนให้

    จูอัน ก็จูมี จูสี ก็จูได้ บ่มีฮายสักสิงแนวใด

    มามอบให้ กวาน ..................................................

                    ถายเสื้อไปให้ล้อมอาถายตีนเสื้อไปนา

    ล้อมน้อง ถายตีนเสื้อ เอ็ดให้ หม่นหมอง

    ถายตีนเสื้อ เอ็ด หม่นแล่ ให้นุง เสื้อไป

    กินงายสาเน้อ

    รายการคำศัพท์

    เหิง

    หมายถึง

    นานมาแล้ว

    จาง

    หมายถึง

    มีอันเป็นครวญคราง

    ซวง

    หมายถึง

    กางเกง

    ตีนเสื้อ

    หมายถึง

    ชายเสื้อ

    ถาย

    หมายถึง

    เปลี่ยน

    หม่น

    หมายถึง

    สลัว อึมครึม สีเทา

    แล่

    หมายถึง

    สีม่วง

    กินงาย

    หมายถึง

    กินอาหารเช้า

     

    คำแปลคำกล่าวสังกบาล

                    กาลเวลาเนิ่นนานผ่านมาแล้วที่เคยเกิดเรื่องร้าย ไม่มีสิ่งใดดี กลายเป็นผีไม่มีคนดูแล ตกทุกข์ได้ยากหนักหนา จึงมาหาญาติให้ช่วยเหลือ ให้เอื้อเฟื้อกรุณา ผู้เป็นญาติจึงจำต้องวิ่งหา มดหมอมาให้ช่วยเหลือ ของที่มาหาหมอมีแต่สิ่งดีๆ มีทุกสิ่งทุกอย่างมามอบให้ .....

                    เอาเสื้อใหม่ไปเปลี่ยนให้สวยงาม ทิ้งของเก่าไปเสีย เมื่อเปลี่ยนเสื้อใหม่แล้ว ให้ไปกินข้าวกินปลาเสียเถิด

     

     

    ติดต่อเรา

     
    • ปัทมา พัฒน์พงษ์
    • สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย
    • มหาวิทยาลัยมหิดล
    • พุทธมณฑลสาย 4 ศาลายา จังหวัดนครปฐม 73170
    • Tel: 66 (0) 2800-2308 - 14

    โซเชียลเน็ตเวิร์ค

     
    • เฟสบุ๊ค

    งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูล วัฒนธรรม ความเชื่อ ของไทยโซ่งหรือไทยทรงดำ ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ หรือ สามารถติดผ่านทางเว็บไซค์นี้เพื่ออัพเดทข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง โดยสามารถส่งอีเมล์มาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.