สำหรับเครื่องแต่งกายของชาวไทยโซ่งที่นำเสนอในเว็บไซด์นี้ เป็นผลงานรวบรวมของนายสุธาวี กลิ่นอุบล เยาวชนไทยโซ่งชุมชนบ้านท่าโล้ ตำบลยางหย่อง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี (2552) 
     
    เสื้อไท หรือเสื้อซอน
     
     
     
    1. ชื่อ
    เสื้อไท, เสื้อซอน (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นเสื้อสำหรับผู้ชายไทยโซ่ง 
    4. โอกาสที่ใช้
    นิยมใส่ในพิธี เช่น อิ้นกอน เสนเฮือน เป็นต้น
    5. การออกแบบ
    5.1 ขนาด ขึ้นอยู่กับรูปร่างของแต่ละคนที่ใส่ มีขนาดรัดรูป
    5.2 วัสดุ เป็นผ้าฝ้ายแต่ในปัจจุบันใช้เส้นใยสังเคราะห์
    5.3 สี สีดำหรือกรมท่า
    5.4 ลวดลาย ไม่มี
    5.5 ลักษณะ ผิวเรียบ
    5.6 สิ่งประกอบ กระดุมเงินและมีเส้นไหมร้อยติดกับกระดุมเรียกว่า “สายเจา”
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - ผ้าฝ้าย
    - กรรไกร
    - เข็มเย็บผ้า
    - กระดุมเงิน
    - เส้นไหมหลากสี
    วิธีการ
    - วัดขนาดของตัวเสื้อ
    - ตัดตามรูปแบบเสื้อไทของไทยโซ่ง
    - ลงมือเย็บในลักษณะดังนี้คือ ลักษณะเป็นเสื้อมีแขนยาวทรงกระบอกแคบผ่าหน้าตลอด ตัวเสื้อตัดเย็บเข้ารูป คอตั้งไม่มีปก แบบคอจีนจ๊ำเอว และใช้ผ้าเสริมตะเข็บทั้งสองข้างใต้เอวให้ชายเสื้อถ่างออกตรงรอยผ่า สาบเสื้อด้านล่างแหวกออกให้ห่างกัน
    - ติดกระดุมเงินตามความต้องการ
    7. ความเชื่อ
    - ชาวไทยโซ่งเชื่อว่าชายใดที่ติดกระดุมเสื้อถี่ๆหรือติดกระดุมมากแสดงว่าบ้านมีฐานะ
    - การติดกระดุมเสื้อนิยมติดเป็นเลขคี่
    - ชายใดที่ติดกระดุมเสื้อไม่ผิดสามารถเลือกเป็นสามีได้
    - ถ้าเย็บเสื้อเสร็จจะต้องมีกระดุมติดตัวเสื้ออยู่ เพราะถ้าไม่มีกระดุมถือว่าเป็นเสื้อสำหรับใส่ให้คนที่เสียชีวิต
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันชาวไทยโซ่งหมู่บ้านท่าโล้ยังนิยมใส่เสื้อไทกันอยู่ แต่จะเห็นในพิธีการเท่านั้น เช่น ตามงานบุญประเพณี งานเสนเฮือน เป็นต้น
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    - ผ้าที่ใช้เย็บในปัจจุบันส่วนใหญ่ชาวบ้านนิยมใช้เส้นใยสังเคราะห์แทนผ้าฝ้าย เพราะสีไม่ตก สวมใส่สบาย
    - กระดุมที่ใช้ติดกับตัวเสื้อเปลี่ยนจากเงินแท้เป็นอลูมิเนียมแทนเพราะเงินแท้ค่อนข้างหายาก
    - ตัวเสื้อสามารถใส่ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงความประณีตของคนเย็บ
     
    เสื้อโฮงเฮง
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    เสื้อโฮงเฮง (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นเสื้อสำหรับผู้ชายไทยโซ่ง
    4. โอกาสที่ใช้
    นิยมใส่เวลาทำงาน เช่น ทำไร่ ทำนา
    5. การออกแบบ
    5.1 ขนาด ขึ้นอยู่กับรูปร่างของแต่ละคนที่ใส่ มีขนาดรัดรูป
    5.2 วัสดุ เป็นผ้าฝ้ายแต่ในปัจจุบันใช้เส้นใยสังเคราะห์
    5.3 สี สีดำหรือกรมท่า
    5.4 ลวดลาย -
    5.5 ลักษณะผิว เรียบ
    5.6 สิ่งประกอบ กระดุมเงินและมีเส้นไหมร้อยติดกับกระดุมเรียกว่า “สายเจา”
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - ผ้าฝ้าย
    - กรรไกร
    - เข็มเย็บผ้า
    - กระดุมเงิน
    - เส้นไหมหลากสี
    วิธีการ
    - วัดขนาดของตัวเสื้อ
    - ตัดตามรูปแบบเสื้อโฮงเฮงของไทยโซ่ง
    - ลงมือเย็บในลักษณะดังนี้คือ ลักษณะเป็นเสื้อมีแขนยาวทรงกระบอกแคบผ่าหน้าตลอด ตัวเสื้อตัดเย็บเข้ารูป คอตั้งไม่มีปก แบบคอจีนจ๊ำเอว ไม่ต้องเย็บตะเข็บทั้งสองข้างใต้เอว ให้ชายเสื้อถ่างออกตรงรอยผ่า สาบเสื้อด้านล่างแหวกออกให้ห่างกัน
    - ติดกระดุมเงินตามความต้องการ
    7. ความเชื่อ
    - ชาวไทยโซ่งเชื่อว่าชายใดที่ติดกระดุมเสื้อถี่ๆหรือติดกระดุมมากแสดงว่าบ้านมีฐานะ
    - การติดกระดุมเสื้อนิยมติดเป็นเลขคี่
    - ชายใดที่ติดกระดุมเสื้อไม่ผิดสามารถเลือกเป็นสามีได้
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันชาวไทยโซ่งหมู่บ้านท่าโล้ยังนิยมใส่เสื้อไทกันอยู่ แต่จะเห็นในพิธีการเท่านั้น เช่น ตามงานบุญประเพณี งานเสนเฮือน เป็นต้น
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    - ผ้าที่ใช้เย็บในปัจจุบันส่วนใหญ่ชาวบ้านนิยมใช้เส้นใยสังเคราะห์แทนผ้าฝ้าย เพราะสีไม่ตก สวมใส่สบาย
    - กระดุมที่ใช้ติดกับตัวเสื้อเปลี่ยนจากเงินแท้เป็นอลูมิเนียมแทนเพราะเงินแท้ค่อนข้างหายาก
    - ตัวเสื้อสามารถใส่ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงความประณีตของคนเย็บ
     
    ส้วงก้อม ส้วงขาเต้น
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    ส้วงก้อม,ส้วงขาเต้น (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    กางเกงขาสั้น (ภาษาไทยกลาง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นกางเกงสำหรับผู้ชายไทยโซ่ง 
    4. โอกาสที่ใช้
    นิยมใส่สำหรับทำงานทั่วไป
    5. การออกแบบ
    5.1 ขนาด ขึ้นอยู่กับรูปร่างของแต่ละคนที่ใส่ 
    5.2 วัสดุ เป็นผ้าฝ้ายแต่ในปัจจุบันใช้เส้นใยสังเคราะห์
    5.3 สี สีดำหรือกรมท่า
    5.4 ลวดลาย -
    5.5 ลักษณะผิว เรียบ
    5.6 สิ่งประกอบ -
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - ผ้าฝ้าย
    - กรรไกร
    - เข็มเย็บผ้า
    วิธีการ
    - วัดขนาด
    - ตัดตามรูปแบบส้วงก้อมของไทยโซ่ง
    - ลงมือเย็บในลักษณะดังนี้คือ ลักษณะเป็นกางเกงขาสั้นปลายขาแคบ เรียวยาวแค่ใต้เข่า ขอบกางเกง ส่วนเอวกว้างแบบกางเกงจีน ตัดเย็บมีตะเข็บ
    7. ความเชื่อ
    -
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันชาวไทยโซ่งหมู่บ้านท่าโล้ยังนิยมใส่กันอยู่ แต่จะเห็นในพิธีการเท่านั้น เช่น ตามงานบุญประเพณี งานเสนเฮือน เป็นต้น
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงความประณีตของคนเย็บ
     
    ส้วงขาฮี
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    ส้วงขาฮี (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    กางเกงขายาว (ภาษาไทยกลาง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นกางเกงสำหรับผู้ชายไทยโซ่ง 
    4. โอกาสที่ใช้
    นิยมใส่สำหรับในพิธีการสำคัญและเทศกาลต่าง ๆ เช่น แต่งงาน เล่นคอนฟ้อนแคน
    5. การออกแบบ
    5.1 ขนาด ขึ้นอยู่กับรูปร่างของแต่ละคนที่ใส่ 
    5.2 วัสดุ เป็นผ้าฝ้ายแต่ในปัจจุบันใช้เส้นใยสังเคราะห์
    5.3 สี สีดำหรือกรมท่า
    5.4 ลวดลาย -
    5.5 ลักษณะผิว เรียบ
    5.6 สิ่งประกอบ -
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - ผ้าฝ้าย
    - กรรไกร
    - เข็มเย็บผ้า
    วิธีการ
    - วัดขนาด
    - ตัดตามรูปแบบส้วงก้อมของไทยโซ่ง
    - ลงมือเย็บในลักษณะดังนี้คือ ลักษณะเป็นกางเกงขายาวเช่นเดียวกับกางเกงขาสั้นแต่มีขายาวถึงตาตุ่ม ปลายขาแคบ 
    7. ความเชื่อ
    -
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันชาวไทยโซ่งหมู่บ้านท่าโล้ยังนิยมใส่กันอยู่ แต่จะเห็นในพิธีการเท่านั้น เช่น ตามงานบุญประเพณี หรือเจ้าบ่าวจะใส่ในวันแต่งงาน เป็นต้น
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงความประณีตของคนเย็บ
     
    เสื้อฮี (ปอจาย)
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    เสื้อฮี (ปอจาย) (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นเสื้อสำหรับผู้ชายไทยโซ่ง
    4. โอกาสที่ใช้
    นิยมใส่สำหรับในพิธีการสำคัญ เช่น แต่งงาน พิธีเสนเฮือน งานศพ เป็นต้น
    5. การออกแบบ
    5.1 ขนาด ขึ้นอยู่กับรูปร่างของแต่ละคนที่ใส่ ตัวเสื้อยาวคลุมเข่า
    5.2 วัสดุ เป็นผ้าฝ้ายและไหม
    5.3 สี ตัวเสื้อสีดำหรือกรมท่า ประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมสีต่าง ๆ
    5.4 ลวดลาย ขึ้นอยู่กับผู้ประดิษฐ์ เช่น ลายเบาะแปด ลายเบาะจัน ลายขาดอกบัว
    5.5 ลักษณะผิว -
    5.6 สิ่งประกอบ กระดุม
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - ผ้าฝ้าย
    - กรรไกร
    - เข็มเย็บผ้า
    - ผ้าไหมสีต่าง ๆ เช่น แดง ส้ม เขียว ขาว
    วิธีการ
    - วัดขนาด
    - ตัดตามรูปแบบเสื้อฮีของไทยโซ่ง
    - ลงมือเย็บในลักษณะดังนี้คือ ลักษณะของเสื้อตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายสีดำประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมชิ้นเล็ก ๆ สีแดง สีส้ม สีเขียว และสีขาว ตรงสาบชายเสื้อ ปลายแขน ใต้รักแร้ และเหนือรอยผ่าทั้งสองด้าน ตัวเสื้อคลุมยาวถึงเข่า ผ่าหน้า ป้ายทับไปทางซ้ายมีกระดุมติดที่หน้าอก และเอว คอตั้งกุ๊นด้วยผ้าสีไม่มีปก แขนเสื้อยาวแคบ
    7. ความเชื่อ
    - ด้านในของเสื้อฮีชายเมื่อกลับออกมาจะเป็นด้านที่มีสีสันหลากสี เพราะมีการตกแต่งด้วยผ้าสีต่าง ๆ ที่บริเวณสาบเสื้อ ชายเสื้อ และปลายแขนเสื้อ ด้านในของเสื้อฮีนี้จะนำออกมาใช้ก็ต่อเมื่อตนเองตาย โดยญาติสวมใส่ให้เป็นการแต่งตัวศพเท่านั้น
    - คนที่เป็นลูกเขยไทยโซ่งจะต้องสวมใส่เสื้อฮีในพิธีการต่าง ๆ เช่น พิธีเสนเฮือน งานศพ แต่งงาน เป็นต้น
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันชาวไทยโซ่งหมู่บ้านท่าโล้ยังใส่เสื้อฮีกันอยู่ แต่จะเห็นในพิธีการเท่านั้น เช่น พิธีเสนเฮือน งานศพ แต่งงาน เป็นต้น
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    - สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงความประณีตของคนเย็บ
    - เสื้อฮีชายใช้สวมทับเสื้ออื่นที่ใส่อยู่ก่อนแล้ว ผู้ชายไทยโซ่งจะต้องมีเสื้อฮีประจำตัวอย่างน้อย 1 ตัว
     
    ฝักแอว
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    ฝักแอว (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    กระเป๋าคาดเอว (ภาษาไทยกลาง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นกระเป๋าสำหรับผู้ชายไทยโซ่ง ใช้ใส่ของ เช่น เงิน ยาสูบ เป็นต้น
    4. โอกาสที่ใช้
    ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป
    5. การออกแบบ
    5.1 ขนาด ตัวกระเป๋ายาวประมาณ 30 เซนติเมตร มีสายผูกรอบเอว
    5.2 วัสดุ เป็นผ้าฝ้ายและไหม
    5.3 สี ตัวกระเป๋าสีดำ ประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมสีต่าง ๆ
    5.4 ลวดลาย ขึ้นอยู่กับผู้ประดิษฐ์ เช่น ลายเบาะแปด ลายเบาะจัน ลายขาดอกบัว
    5.5 ลักษณะผิว -
    5.6 สิ่งประกอบ เชือก
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - ผ้าฝ้าย
    - กรรไกร
    - เข็มเย็บผ้า
    - ผ้าไหมสีต่าง ๆ เช่น แดง ส้ม เขียว ขาว
    - เชือก
    วิธีการ
    - วัดขนาด
    - ตัดตามรูปแบบฝักแอวของไทยโซ่ง
    - ลงมือเย็บในลักษณะดังนี้คือ ลักษณะของตัวกระเป๋าคล้าย ๆ กับรังผึ้ง ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายสีดำประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมชิ้นเล็ก ๆ สีแดง สีส้ม สีเขียว และสีขาว ตรงขอบบนกระเป๋า ใช้ไหมสีต่าง ๆ เย็บต่อกันเพื่อทำเป็นสายกระเป๋า และมีเชือกสำหรับมัด
    7. ความเชื่อ
    -
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันชาวไทยโซ่งหมู่บ้านท่าโล้ยังใช้กันอยู่ แต่จะเห็นในงานไทยโซ่งเท่านั้น ในชีวิตประจำวันไม่มีใครใช้แล้ว
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    -
     
    ผ้าซิ่น
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    ผ้าซิ่น (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    ผ้าถุง (ภาษาไทยกลาง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นผ้าถุงหรับผู้หญิงไทยโซ่งสวมใส่
    4. โอกาสที่ใช้
    ใช้ทุกโอกาส
    5. การออกแบบ
    ผ้าซิ่นประกอบด้วยผ้าสามชิ้นต่อกัน ดังนี้
    ชิ้นที่ 1 ท่อนบนสุดเรียกว่า หัวซิ่น มีสีดำล้วนไม่มีลวดลาย กว้างประมาณ 30 เซนติเมตร
    ชิ้นที่ 2 เย็บติดกับชิ้นที่ 1 เรียกว่า ตัวซิ่น มีพื้นสีดำลายสีขาวเป็นทางลงกว่างประมาณ 0.1 เซนติเมตร ถึง 0.5 เซนติเมตร ลายเส้นสีขาวห่างกันประมาณ 2.5 – 5 เซนติเมตร สลบกันระหว่างเส้นใหญ่กับเส้นเล็ก
    ชิ้นที่ 3 เรียกว่า ตีนซิ่น ขนาดกว้าง 2.5 เซนติเมตร มีลวดลายละเอียดเป็นทางสีขาวยาวตลอดเส้น 2 – 3 ทาง 
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - หัวซิ่น
    - ตัวซิ่น
    - เข็มเย็บผ้า
    - ตีนซิ่น
    วิธีการ
    - เย็บส่วนประกอบทั้งสามส่วนให้ติดกันโดยใช้วิธีสอย
    7. ความเชื่อ
    - ผู้หญิงไทยโซ่ง ถ้าสามีตายจะต้องเลาะตีนซิ่นออกเพื่อเป็นการไว้ทุกข์ เมื่อออกทุกข์จึงจะนำตีนซิ่นมาเย็บติดกันใหม่
    - ความหมายของเส้นด้ายในตัวซิ่น ลายเส้นใหญ่คู่กัน หมายถึง ชาวไทยกับชาวลาวเคยเป็นพี่น้องกัน ลายเส้นเล็กและเส้นใหญ่เดี่ยว หมายถึง การแยกย้ายจากกัน
    - ลายของตัวซิ่นเป็นลายทางยาว ๆ เรียกว่า ลายแตงหรือลายแตงโม
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันชาวไทยโซ่งหมู่บ้านท่าโล้ยังสวมใส่ผ้าซิ่นกันอยู่ แต่จะเห็นในพิธีการเท่านั้น เช่น พิธีเสนเฮือน งานศพ งานบุญต่าง ๆ เป็นต้น
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    - สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงความประณีตของคนเย็บ
    - วิธีการนุ่งผ้าซิ่นแบบไทยโซ่ง เริ่มจากการจับขอบของผ้าซิ่นทางด้านซ้ายและขวา ป้ายให้มาทับกันตรงกลางเอว แล้วพับขอบลงมาม้วนกับเข็มขัดเงิน ชายผ้าซิ่นจะคลี่ออกทำให้ชายผ้าซิ่นด้านหน้าเผยอสูงกว่าด้านหลัง การนุ่งซิ่นแบบนี้ทำให้เดิน หรือทำงานต่าง ๆ ได้สะดวก ชาวไทยโซ่งเรียกการนุ่งซิ่นแบบนี้ว่า “ฮ้างซิ่นหัวแหลม”
     
    ผ้าตาหมี่
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    ผ้าตาหมี่ (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    ผ้าถุง (ภาษาไทยกลาง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นผ้าถุงหรับผู้หญิงไทยโซ่งสวมใส่
    4. โอกาสที่ใช้
    ใช้สำหรับพิธีการสำคัญ เช่น ใช้หล่อเสน
    5. การออกแบบ
    ผ้าซิ่นประกอบด้วยผ้าสามชิ้นต่อกัน ดังนี้
    ชิ้นที่ 1 ท่อนบนสุดเรียกว่า หัวซิ่น มีสีแดงล้วนไม่มีลวดลาย กว้างประมาณ 30 เซนติเมตร
    ชิ้นที่ 2 เย็บติดกับชิ้นที่ 1 เรียกว่า ตัวซิ่น เป็นลายเฮือนลาว
    ชิ้นที่ 3 เรียกว่า ตีนซิ่น ขนาดกว้าง 2.5 เซนติเมตร มีลวดลายละเอียดเป็นทางสีขาวยาวตลอดเส้น 2 – 3 ทาง 
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - หัวซิ่น
    - ตัวซิ่น
    - เข็มเย็บผ้า
    - ตีนซิ่น
    วิธีการ
    - เย็บส่วนประกอบทั้งสามส่วนให้ติดกันโดยใช้วิธีสอย
    7. ความเชื่อ
    เป็นผ้าซิ่นสำหรับพวกขุนนางหรือชนชั้นสูงสวมใส่
    8. ความเป็นมา
    ผ้าซิ่นตาหมี่ที่พบในหมู่บ้านท่าโล้ เป็นผ้าซิ่นที่เจ้าจอมแส ซึ่งเป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ 5 ได้มอบให้กับคุณยายมุ้ย  คุ้มครอง เมื่อครั้งยังไม่สิ้นพระชนม์
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันพบผ้าซิ่นตาหมี่เพียงแค่ ๑ ผืนเท่านั้นในหมู่บ้านท่าโล้ สภาพของผ้าซิ่น มีรอยฉีกขาดเป็นบางส่วน
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    - สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงความประณีตของคนเย็บ
    - วิธีการนุ่งผ้าซิ่นแบบไทยโซ่งเริ่มจากการจับขอบของผ้าซิ่นทางด้านซ้ายและขวา ป้ายให้มาทับกันตรงกลางเอว แล้วพับขอบลงมาม้วนกับเข็มขัดเงิน ชายผ้าซิ่นจะคลี่ออกทำให้ชายผ้าซิ่นด้านหน้าเผยอสูงกว่าด้านหลัง การนุ่งซิ่นแบบนี้ทำให้เดิน หรือทำงานต่าง ๆ ได้สะดวก ชาวไทยโซ่งเรียกการนุ่งซิ่นแบบนี้ว่า “ฮ้างซิ่นหัวแหลม”
     
    ผ้าซิ่นนางหาน
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    ผ้าซิ่นนางหาน (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    ผ้าถุง (ภาษาไทยกลาง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นผ้าถุงหรับผู้หญิงไทยโซ่งสวมใส่
    4. โอกาสที่ใช้
    ใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น ใช้หล่อเสนในพิธีเสนเฮือน
    5. การออกแบบ
    ผ้าซิ่นประกอบด้วยผ้าสามชิ้นต่อกัน ดังนี้
    ชิ้นที่ 1 ท่อนบนสุดเรียกว่า หัวซิ่น กว้างประมาณ 30 เซนติเมตร
    ชิ้นที่ 2 เย็บติดกับชิ้นที่ 1 เรียกว่า ตัวซิ่น เป็นลายหมี่นาค 2 ตัว เกี้ยวกันเล่นน้ำ ลายหมี่นาคเลี้ยงลูก ลายรุ้งกินน้ำ และลายขิด
    ชิ้นที่ 3 เรียกว่า ตีนซิ่น ขนาดกว้าง 2.5 เซนติเมตร มีลวดลายละเอียดเป็นทางสีขาวยาวตลอดเส้น 2 – 3 ทาง 
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - หัวซิ่น
    - ตัวซิ่น
    - เข็มเย็บผ้า
    - ตีนซิ่น
    วิธีการ
    - เย็บส่วนประกอบทั้งสามส่วนให้ติดกันโดยใช้วิธีสอย
    7. ความเชื่อ
    ลายหมี่นาค 2 ตัว เกี้ยวกันเล่นน้ำ คือ พญานาค 2 ตัว ลงมาเล่นน้ำที่เมืองมนุษย์ ทำให้มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์
    ลายหมี่นาคเลี้ยงลูก ประกอบด้วยนาคสองแม่ลูก ลูกเกาะหลังแม่มาเล่นน้ำให้มนุษย์มีน้ำทำไร่ทำนา
    ลายรุ้งกินน้ำ เป็นลายแถบถัดจากลายขิด ประกอบด้วยสีเหลือง เขียว ชมพู ขาว และดำ 
    ลายขิด มี 2 ลาย คือ
    1. ลายมะตุ้ม หมายถึงความรักใคร่กลมเกลียวกันของชาวไทดำหรือมาตุ้มมาโฮมกัน 
    2. ลายผีเสื้อหรือโตบี้ หมายถึง ก่อนฝนจะตกผีเสื้อจะบินออกมา และเป็นสัตว์ที่อยู่ระหว่างฟ้ากับดินซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือสวรรค์กับเมืองมนุษย์ 
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    -
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    - สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงความประณีตของคนเย็บ
    - วิธีการนุ่งผ้าซิ่นแบบไทยโซ่ง เริ่มจากการจับขอบของผ้าซิ่นทางด้านซ้ายและขวา ป้ายให้มาทับกันตรงกลางเอว แล้วพับขอบลงมาม้วนกับเข็มขัดเงิน ชายผ้าซิ่นจะคลี่ออกทำให้ชายผ้าซิ่นด้านหน้าเผยอสูงกว่าด้านหลัง การนุ่งซิ่นแบบนี้ทำให้เดิน หรือทำงานต่าง ๆ ได้สะดวก ชาวไทยโซ่งเรียกการนุ่งซิ่นแบบนี้ว่า “ฮ้างซิ่นหัวแหลม”
     
     
    เสื้อก้อม
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    เสื้อก้อม (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นเสื้อสำหรับผู้หญิงไทยโซ่งใช้สวมใส่ 
    4. โอกาสที่ใช้
    นิยมใส่ในชีวิตประจำวันทั่ว ๆ ไป
    5. การออกแบบ
    5.1 ขนาด ขึ้นอยู่กับรูปร่างของแต่ละคนที่ใส่ ตัวเสื้อรัดรูป
    5.2  วัสดุ เป็นผ้าฝ้าย
    5.3  สี ตัวเสื้อสีดำหรือกรมท่า
    5.4  ลวดลาย -
    5.5  ลักษณะผิว เรียบ
    5.6 สิ่งประกอบ กระดุมเงินและมีเส้นไหมร้อยติดกับกระดุมเรียกว่า “สายเจา”
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - ผ้าฝ้าย
    - กรรไกร
    - เข็มเย็บผ้า
    วิธีการ
    - วัดขนาด
    - ตัดตามรูปแบบเสื้อก้อมของไทยโซ่ง
    - ลงมือเย็บในลักษณะดังนี้คือ ลักษณะของเสื้อเป็นเสื้อแขนยาวทรงกระบอกตัวเสื้อเย็บเข้ารูป คอตั้งผ่าหน้าตลอด ติดกระดุมเงิน
    7. ความเชื่อ
    - นิยมติดกระดุมเป็นจำนวนคี่
    - ถ้าเย็บเสื้อเสร็จจะต้องมีกระดุมติดตัวเสื้ออยู่ เพราะถ้าไม่มีกระดุมถือว่าเป็นเสื้อสำหรับใส่ให้คนที่เสียชีวิต
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันชาวไทยโซ่งหมู่บ้านท่าโล้ยังใส่เสื้อก้อมกันอยู่ แต่จะเห็นในพิธีการเท่านั้น เช่น พิธีเสนเฮือน งานบุญประเพณีไทยโซ่ง เป็นต้น
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    - สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงความประณีตของคนเย็บ
    - ผ้าที่ใช้เย็บในปัจจุบันส่วนใหญ่ชาวบ้านนิยมใช้เส้นใยสังเคราะห์แทนผ้าฝ้าย เพราะสีไม่ตก สวมใส่สบาย
    - กระดุมที่ใช้ติดกับตัวเสื้อเปลี่ยนจากเงินแท้เป็นอลูมิเนียมแทนเพราะเงินแท้ค่อนข้างหายาก
     
    เสื้อฮี (แมญิง)
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    เสื้อฮี (แมญิง) (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นเสื้อสำหรับผู้หญิงไทยโซ่ง
    4. โอกาสที่ใช้
    นิยมใช้สวมใส่ในงานประเพณีต่าง ๆ เช่น แต่งงาน งานศพ เสนเฮือน และการไปเล่นคอน โยนลูกช่วง เป็นต้น
    5. การออกแบบ
    5.1 ขนาด ขึ้นอยู่กับรูปร่างของแต่ละคนที่ใส่ ตัวเสื้อยาวคลุมเข่า
    5.2  วัสดุ เป็นผ้าฝ้ายและไหม
    5.3  สี ตัวเสื้อสีดำหรือกรมท่าประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมสีต่าง ๆ
    5.4  ลวดลาย ขึ้นอยู่กับผู้ประดิษฐ์ เช่น ลายเบาะแปด ลายเบาะจัน ลายขาดอกบัว
    5.5 ลักษณะผิว -
    5.6  สิ่งประกอบ กระดุม
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - ผ้าฝ้าย
    - กรรไกร
    - เข็มเย็บผ้า
    - ผ้าไหมสีต่าง ๆ เช่น แดง ส้ม เขียว ขาว
    วิธีการ
    - วัดขนาด
    - ตัดตามรูปแบบเสื้อฮีของไทยโซ่ง
    - ลงมือเย็บในลักษณะดังนี้คือ ลักษณะเป็นเสื้อคลุมยาวถึงเข่า แขนยาวกว้าง คอแหลม ไม่ผ่าไหล่ สวมศีรษะเวลาใช้ ที่สาบเสื้อเป็นแพรหรือไหมสีดำกว้าง ๒๕ เซนติเมตร ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายสีดำทั้งตัว เหนือขอบปลายแขนขึ้นมา 5 เซนติเมตร มีลวดลายรอบแขนทำด้วยชิ้นผ้าไหมสีต่าง ๆ ที่ด้านหน้าของตัวเสื้อจากไหล่ลงมาถึงหน้าอกประดับลวดลายด้วยชิ้นผ้าไหมสีแดง เหลือง เขียว ขาว เป็นแถบลงมารูปสามเหลี่ยม ฐานกว้าง 3. 75 เซนติเมตร สูง 20 เซนติเมตร ยอดแหลมจรดตะเข็บบ่า ด้านในตัวเสื้อประดับลวดลายด้วยชิ้นผ้าสีต่าง ๆ ตรงบริเวณสาบหน้า ปลายแขน ตะเข็บ และชายล่างของเสื้อ 
    7. ความเชื่อ
    - เสื้อฮีด้านในที่มีลวดลายมาก ๆ จะก็ต่อเมื่อตนเองเสียชีวิต ญาติจะนำมาสวมใส่ให้
    - หญิงไทยโซ่งจะต้องมีเสื้อฮีอย่างน้อยคนละ 3 ตัว เพื่อเอาไว้ใช้ในยามเสียชีวิต เพราะจะต้องใช้คลุมโลงศพ อย่างน้อย 2 ตัว
    - เสื้อฮีจะบ่งบอกถึงความเป็นลูกสะใภ้
    - ถ้าญาติฝ่ายสามีเสียชีวิตจะต้องสวมเสื้อฮีเพื่อไว้ทุกข์
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันชาวไทยโซ่งหมู่บ้านท่าโล้ยังใส่เสื้อฮีกันอยู่ แต่จะเห็นในพิธีการเท่านั้น เช่น พิธีเสนเฮือน งานศพ แต่งงาน เป็นต้น
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    - สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงความประณีตของคนเย็บ
     
    ผ้าเปียวเบาะ
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    ผ้าเปียวเบาะ (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    ผ้าสไบ (ภาษาไทยกลาง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นผ้าสำหรับผู้หญิงไทยโซ่งใช้คล้องคอ พาดบ่า 
    4. โอกาสที่ใช้
    หญิงสาวนิยมใช้สำหรับคล้องคอ พาดบ่าไปงานรื่นเริง คนแก่ใช้เป็นผ้าสไบเฉียงสำหรับแต่งตัวไปทำบุญที่วัด
    5. การออกแบบ
    5.1 ขนาด กว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 150 เซนติเมตร
    5.2 วัสดุ ผ้าฝ้ายและไหม
    5.3 สี ตัวผ้าสีดำหรือกรมท่าประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมสีต่าง ๆ
    5.4 ลวดลาย ลายขอกุด
    5.5 ลักษณะผิว -
    5.6 สิ่งประกอบ -
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - ผ้าฝ้าย
    - กรรไกร
    - เข็มเย็บผ้า
    - ไหมสีต่าง ๆ เช่น แดง ส้ม เขียว ขาว
    วิธีการ
    - เย็บชายผ้าทั้งสองข้าง
    - ถักชายผ้าทั้งสองข้าง
    - ลงมือปักตามลวดลายผ้าเปียวของไทยโซ่งคือลายขอกุด
    7. ความเชื่อ
    -
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันชาวไทยโซ่งหมู่บ้านท่าโล้ยังใช้กันอยู่แต่จะเห็นในหมู่ของคนแก่ ส่วนหญิงสาวจะเห็นใช้ในงานรื่นเริงต่าง ๆ
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    - สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงความประณีตของคนเย็บ
     
    ผ้าเปียวปั้ว
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    ผ้าเปียวปั้ว (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    ผ้าสไบ (ภาษาไทยกลาง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นผ้าสำหรับผู้หญิงไทยโซ่งใช้คล้องคอ พาดบ่า 
    4. โอกาสที่ใช้
    หญิงสาวนิยมใช้สำหรับคล้องคอ พาดบ่าไปงานรื่นเริง คนแก่ใช้เป็นผ้าสไบเฉียงสำหรับแต่งตัวไปทำบุญที่วัด
    5. การออกแบบ
    5.1 ขนาด กว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 150 เซนติเมตร
    5.2 วัสดุ ผ้าฝ้ายและไหม
    5.3 สี ตัวผ้าสีดำหรือกรมท่าประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมสีต่าง ๆ
    5.4 ลวดลาย ลายขอกุด เบาะแปด
    5.5 ลักษณะผิว -
    5.6 สิ่งประกอบ -
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - ผ้าฝ้าย
    - กรรไกร
    - เข็มเย็บผ้า
    - ไหมสีต่าง ๆ เช่น แดง ส้ม เขียว ขาว
    วิธีการ
    - เย็บชายผ้าทั้งสองข้าง
    - ถักชายผ้าทั้งสองข้าง
    - ลงมือปักตามลวดลายผ้าเปียวปั้วของไทยโซ่งคือลายปั้วขอกุด
    7. ความเชื่อ
    -
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันชาวไทยโซ่งหมู่บ้านท่าโล้ยังใช้กันอยู่แต่จะเห็นในหมู่ของคนแก่ ส่วนหญิงสาวจะเห็นใช้ในงานรื่นเริงต่าง ๆ
    10. ข้อมูลอื่น ๆ
    - สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงความประณีตของคนเย็บ
     
     
    หมั๊วะมู้
     
     
     
    1. ชื่อวัตถุ
    หมั๊วะมู้ (ภาษาถิ่นไทยโซ่ง)
    หมวกเด็ก (ภาษาไทยกลาง)
    2. แหล่งผลิต/แหล่งใช้/แหล่งพบ
    บ้านท่าโล้ หมู่ 5 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
    3. หน้าที่ใช้สอย
    เป็นหมวกสำหรับเด็ก ๆ สวมใส่ 
    4. โอกาสที่ใช้
    ในชีวิตประจำวัน
    5. การออกแบบ
    5.1 ขนาด กว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 40 เซนติเมตร
    5.2 วัสดุ ผ้าฝ้ายและไหม
    5.3 สี ตัวผ้าสีดำหรือกรมท่าประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมสีต่าง ๆ
    5.4 ลวดลาย ขึ้นอยู่กับผู้ประดิษฐ์
    5.5 ลักษณะผิว -
    5.6 สิ่งประกอบ -
    6. วิธีประดิษฐ์
    อุปกรณ์
    - ผ้าฝ้าย
    - กรรไกร
    - เข็มเย็บผ้า
    - ไหมสีต่าง ๆ เช่น แดง ส้ม เขียว ขาว
    วิธีการ
    - เย็บตามลักษณะหมั๊วะมู้ของไทยโซ่งตามภาพข้างบน
    7. ความเชื่อ
    ชาวไทยโซ่งเชื่อว่าเด็กเกิดมา มีกระหม่อมบาง จึงต้องใส่หมวกเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กไม่สบาย เมื่อโตขึ้นประมาณ 2 – 3 ขวบก็จะเลิกใส่
    8. ความเป็นมา
    -
    9. สภาพการณ์ปัจจุบัน
    ในปัจจุบันชาวไทยโซ่งหมู่บ้านท่าโล้ไม่ให้ลูก ๆ ใส่หม๊วะมู้กันแล้ว เปลี่ยนเป็นหมวกสมัยใหม่ตามสมัยนิยม
    10. ข้อมูลอื่น ๆ

    ติดต่อเรา

     
    • ปัทมา พัฒน์พงษ์
    • สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย
    • มหาวิทยาลัยมหิดล
    • พุทธมณฑลสาย 4 ศาลายา จังหวัดนครปฐม 73170
    • Tel: 66 (0) 2800-2308 - 14

    โซเชียลเน็ตเวิร์ค

     
    • เฟสบุ๊ค

    งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูล วัฒนธรรม ความเชื่อ ของไทยโซ่งหรือไทยทรงดำ ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ หรือ สามารถติดผ่านทางเว็บไซค์นี้เพื่ออัพเดทข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง โดยสามารถส่งอีเมล์มาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.