ด้านที่อยู่อาศัย ลักษณะบ้านดั้งเดิมของชาวไทยโซ่งมีรูปแบบเฉพาะตัว คือบ้านทรงหลังเต่า และมียุ้งข้าว เนื่องจากชาวไทยโซ่งมีอาชีพทำนา  แต่ในปัจจุบันนี้ทรงบ้านของชาวไทยโซ่งมีลักษณะเหมือนบ้านชาวไทยทั่วๆไป แต่มีลักษณะเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยโซ่งคือเรือนโซ่งทุกเรือนต้องมีกะล้อห่อง ยุ้งข้าวเคยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวไทยโซ่ง บางครอบครัวยังคงเก็บรักษายุ้งข้าวไว้แม้ว่าจะไม่ได้มีการใช้งานแล้ว การเก็บรักษาดังกล่าวทำให้ยังคงเห็นยุ้งข้าวอยู่ในหมู่บ้าน และชุมชนไทยโซ่ง ในลำดับต่อไปจะกล่าวถึงวิถีชีวิตด้านที่อยู่อาศัย ใน 3 ประเด็นคือ บ้านเรือน ยุ้งข้าว และกะล้อห่อง

    1. บ้านเรือนของชาวไทยโซ่ง ประกอบด้วย 2  รูปแบบ คือ

    1.1 บ้านยุคดั้งเดิม

    บ้านยุคดั้งเดิม เป็นเรือนหลังใหญ่ ทำจากไม้ไผ่เป็นโครงสร้าง เสาทำจากต้นไม้ทั้งต้นเป็นไม้เนื้อแข็ง มีง่ามรองรับคาน พื้นบ้านทำด้วยไม้เนื้อแข็งหรือไม่ไผ่ทุบให้แบนเป็นชิ้นแผ่ออกเป็นแผ่นติดกัน หลังคามุงด้วยแฝก คลุมลงมาเสมอพื้นบ้านกันหนาว กันแดด กันฝน ลักษณะคล้ายกระดองเต่า ที่ยอดจั่วมีไม้แกะสลักคล้ายเขาควายเรียกว่า “ขอกุด” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่เด่นชัดของบ้านเรือนไทยโซ่ง ชาวไทยโซ่งเชื่อว่าควายเป็นสัตว์ที่มีพระคุณกับมนุษย์ โดยช่วยทำนา ทำให้ชาวไทยโซ่งมีอยู่มีกิน พื้นบ้านจะยกขึ้นใต้ถุนสูงสำหรับเป็นที่ทอผ้า ตำข้าว เก็บเครื่องใช้ในการทำนา หรือเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะการเลี้ยงหมู เนื่องจากทุกครัวเรือนต้องใช้หมูในการเสนเรือน มีห้องกว้างห้องเดียวที่ใช้เป็นที่นอน ที่ทำครัวและเก็บข้าวของต่างๆ มีระเบียงบ้านทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน มีบันไดลงจากบ้านทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน ลักษณะบ้านแบบนี้เรียกว่า “บ้านทรงหลังเต่า” ลักษณะบ้านทรงหลังเต่านี้มีสาเหตุจากความเชื่อของชาวไทยโซ่งว่าเต่ามีบุญคุณต่อมนุษย์โดยช่วยสอนบทสวดถวายแต่แถน ทำให้มนุษย์ไม่ต้องคำสาปจากแถน อีกความเชื่อหนึ่งเล่าว่า วันหนึ่งเต่าเดินทางไปตามความประสงค์แห่งตน แต่ไปเจอขอนไม้ขวางทางเอาไว้ ทำให้เต่าเข้าไปไม่ได้ พอดีมนุษย์มาเห็นจึงช่วยยกเต่าไปวางไว้อีกด้านหนึ่งของขอนไม้นั้น เต่าซาบซึ้งในน้ำใจนัก เมื่อเต่าได้ขึ้นไปเฝ้าแถน แล้วบอกแด่แถนว่ามนุษย์เป็นผู้มีน้ำใจงดงาม แถนจึงบันดาลสิ่งต่างๆให้มนุษย์ได้ใช้สอยและดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุข เพื่อเป็นการระลึกถึงความดีของเต่า เวลาชาวไทยโซ่งสร้างบ้านจึงได้สร้างบ้านเป็นทรงหลังเต่า บางบ้านที่ปลายเสาเอกได้เอารูปแกะสลักเต่าไปแขวนหรือเกาะติดเอาไว้ เพื่อแสดงการระลึกถึงความดีของเต่า และเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย  (วิลาวัณย์ ปานทอง, วรวรรธน์ ศรียาภัย, กรรณิการ์ รักษา, ภูเนตุ จันทร์จิต, และแสน ไชยบุญ,2551)

     

    เรือนผู้ไทดำ บ้านดอนพรหม อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี

     

    ชาวไทยโซ่งไม่นิยมสร้างรั้วล้อมรอบบ้าน หากมีก็จะเป็นรั้วเตี้ยๆ ทำจากไม้ไผ่หรือไม้ระแนง อย่างไรก็ดี รูปแบบบ้านดั้งเดิมบ้านทรงหลังเต่า ปัจจุบันนี้ไม่มีบ้านทรงหลังเต่านี้ในชุมชนไทยโซ่ง แต่มักจะพบเห็นบ้านทรงหลังเต่านี้ปลูกจำลองไว้ตามชุมชนไทยโซ่ง เพื่อใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมไทยโซ่ง เป็นพิพิธภัณฑ์ไทยโซ่ง เป็นต้น

    นอกจากนี้ อาจารย์ถนอม คงยิ้มละมัย (15 มิถุนายน 2552) ชาวไทยโซ่งที่หมู่ 1 ตำบลหนองปรงอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรีได้ให้ข้อมูลว่า “คนโซ่งจะปลูกบ้านตามตะวัน จะไม่ขวาง เพราะไม่ว่าเจอพายุกี่ปีบ้านก็ไม่พัง แต่ถ้าพังก็ต้องซ่อม มันเป็นธรรมชาติ การซ่อมบ้านเค้าเรียกว่า การหยดเฮือน  คือการซ่อมแซม เป็นการเอาหญ้าคามาซุก ๆ ไว้ ส่วนที่เป็นโค้ง ๆ เวลาไฟไหม้ก็จะดีดลอยไปที่อื่น ไหม้บ้านคนอื่น ที่บ้านจะมีไม้ล้วงสาวจะมีลักษณะคล้ายไม้ตะพดมีหมุดตอกอยู่ ใช้เพื่อเรียกสาวลงมาคุยด้วยตอนดึก    บ้านไทยโซ่งแบบดั้งเดิม ฝาบ้านจะมีลักษณะอีหลุกขุกขุย คือฝาบ้านจะเป็นไม้ไผ่ สานดูยาว ๆ สั้น ๆ ต่างกันนิดหน่อย ไม่ได้สานจากไม้ไผ่ที่มีความยาวเท่ากันทุกอัน

    1.2 บ้านยุคปัจจุบัน

    บ้านไทยโซ่งยุคปัจจุบันมีสองประเภท คือ บ้านยกพื้นใต้ถุนสูง และบ้านไม่ยกพื้น

    บ้านที่ยกพื้นเป็นบ้านที่พัฒนาให้เป็นบ้านไทยทั่วๆไปมากขึ้น แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของชาวไทยโซ่ง คือยกพื้น หลังคงมุงด้วยกระเบื้องซึ่งหาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด ฝาเรือนเป็นไม้กระดาน บริเวณรอบบ้านนิยมทำรั้วแบบสมัยใหม่ ใช้วัสดุก่อสร้างเป็นอิฐ หิน ปูนซิเมนต์ และแบ่งสัดส่วนชัดเจนระหว่างตัวกำแพงรั้วและประตูรั้ว บางบ้านไม่นิยมทำรั้วแต่จะลาดซีเมนต์ใต้ถุนบ้านเพื่อใช้ทำงาน สำหรับบ้านไม่ยกพื้น เป็นบ้านยุคปัจจุบัน มีลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียวที่เห็นอยู่ทั่วๆไป และมีการตกแต่งอย่างสวยงามตามสมัยนิยม

     

    บ้านไทยโซ่งปัจจุบัน บ้านหัวเขาจีน ตำบลห้วยยางโทน อำเภอปากท่อ จังหวัดเพชรบุรี

     

    การเปลี่ยนรูปแบบบ้านของชาวไทยโซ่ง อาจมีสาเหตุมาจาก ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยี ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัจจัยทางด้านการศึกษา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป รูปแบบบ้านจะเปลี่ยนตามความต้องการ ความเหมาะสม และความสะดวกสบายของชาวไทยโซ่ง (ด่อง ที พง,2553: 74-75)

    2. ยุ้งข้าว

    ยุ้งข้าวเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการดำรงชีวิตของชาวไทยโซ่งในอดีต เนื่องจากชาวไทยโซ่งประกอบอาชีพทำนาทำไร่เป็นหลัก ดังนั้นจะมีการปลูกยุ้งข้าวคู่กับบ้านไทยโซ่ง เพื่อเป็นที่เก็บข้าวเปลือกที่จะขาย หรือเก็บไว้กิน การก่อสร้างยุ้งข้าวจะมุงด้วยกระเบื้องมีจั่ว ใช้ต้นไม้ง่าม และวางต้นเสาแทนคานไม้บนง่าม เสาซึ่งดูลักษณะแล้วแข็งแรงและทนทาน ยุ้งข้าวจะสร้างไม่ไกลจากตัวบ้าน การปลูกยุ้งข้าวจะมีใต้ถุงสูงโดยพื้นยุ้งข้าวสูงกว่าพื้นบ้านหรือสูงเสมอเท่าพื้นบ้านจะไม่สร้างให้ต่ำกว่าพื้นบ้าน ใต้ยุ้งข้าวจะว่างเปล่า ไม่ได้ใส่ ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากถือว่ายุ้งข้าวต้องสะอาด ในอดีตเวลาน้ำท่วมก็เอาวัวขึ้นไปอยู่บนยุ้งข้าว ซึ่งยุ้งข้าวนี้แสดงถึงความมั่นคงในชีวิตเศรษฐกิจของชาวไทยโซ่ง (ด่อง ที พงสัมภาษณ์ นายทำ รอดเจริญพันธ์,2553)

     ปัจจุบันนี้ ชาวไทยโซ่งบางครอบครัวยังคงประกอบอาชีพทำนา แต่ไม่นิยมสร้างยุ้งข้าวหรือใช้ยุ้งข้าวอีก เนื่องจากว่าชาวไทยโซ่งจะใช้เครื่องจักรนวดข้าวเปลือกแล้วบรรจุกระสอบที่ท้องนาไปโรงสีหรือเก็บไว้ที่โรงสี ยุ้งข้าวที่ยังเหลือซึ่งถูกสร้างในสมัยอดีตก็ถูกทิ้งไว้ไม่ได้ใช้  หรือเจ้าของบ้านอาจใช้เป็นที่เก็บสิ่งของต่างๆ เป็นต้น

     

    ยุ้งข้าวบ้านไผ่หูช้าง ตำบลไผ่หูช้าง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

     

    3. ห้องกะล้อห่อง

    แม้ว่าในปัจจุบันรูปแบบบ้านชาวไทยโซ่งเปลี่ยนไปเป็นบ้านยุคปัจจุบัน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง คือ “กะล้อห่อง” เนื่องจากประเพณีและพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการนับถือผีของชาวไทยโซ่งยังคงเข้มแข็ง และมีการถือปฏิบัติกันอยู่ในทุกครัวเรือน และทุกชุมชนไทยโซ่ง ด้วยความเชื่อว่า “ผีเรือน” มีบทบาทต่อวิถีชีวิตของชาวไทยโซ่ง

    กะล้อห่องเป็นห้องโล่งๆ กว้างๆ จะอยู่เป็นที่เฉพาะไว้ทำพิธีเซ่นไหว้ ถือว่าเป็นห้องให้ผีบรรพบุรุษอยู่ มีไม้ขัดทำเหมือนที่นอน มีเบาะหุ้ม มีกาน้ำ มีถ้วยไว้สำหรับหนองก้อ คางหมูเวลาเซ่นหนึ่งครั้งเขาจะเก็บหนึ่งอัน ถ้าบ้านไหนมีเยอะแสดงว่ามีการเซ่นไหว้หลายครั้ง เวลามีผู้เสียชีวิตต้องเชิญวิญญานบรรพบุรุษขึ้นมาอยู่บนเรือน กะล้อห่องเป็นห้องห้องหนึ่งแต่ไม่มีประตูปิดมิดชิด แต่บางบ้านก็ทำเป็นห้องโล่งๆ บริเวณนั้นจะไม่มีใครเข้ามารบกวน ทุกคนในบ้านต้องให้ความเคารพ ถ้าใครมากินเหล้าในบ้านชาวไทยโซ่ง จะต้องเอาเหล้าเทใส่ถ้วยที่มีอยู่ในห้องกะล้อห่องก่อน เรียกว่า หน่องก้อ ในถ้วยไม่ต้องเทน้ำใส่ แต่ถ้าในครอบครัวมีคนเสียชีวิตจะต้องคว่ำถ้วยแสดงว่าไม่ปกติ เวลาทำพิธีปาดตงต้องเทน้ำในกาทิ้ง ล้างกาและเอาน้ำใหม่ใส่ทุกครั้ง ลูกสะใภ้ห้ามเข้าในห้องกะล้อห่องถ้าไม่ได้ใส่เสื้อฮี ใส่ชุดธรรมดาเดินผ่านก็ไม่ได้ ต้องใส่เสื้อฮีก่อน ยกเว้นแต่ลูกของตัวเอง พอลูกสะใภ้มีลูกก็จะใช้ลูกไปแทน ตัวสะใภ้จะเป็นผู้เตรียมสำรับไว้และเรียกลูกเอาไปให้ การปาดตงจะทำแต่เช้า ชาวไทยโซ่งมีความเชื่อว่าผู้ชายไทยโซ่งต้องเลี้ยงดูพ่อแม่และเป็นผู้เซ่นไหว้ ลูกผู้ชายต้องทำเช่นนี้ตลอดชีวิต ถ้าไม่ทำถือว่าไม่กตัญญูต่อพ่อแม่ ชาวไทยโซ่งถือความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญ เขาทำกันทุกวัน เพราะความกตัญญู รักพ่อแม่ กลัวพ่อแม่ไม่ได้กิน แต่กลัวว่าถ้าไม่ทำแล้วหากวิญญานพ่อแม่ บรรพบุรุษมีจริง พ่อแม่จะไม่ได้กินเหมือนคนอื่นๆ เขาเลยทำกัน (ด่อง ที พงสัมภาษณ์ สุวรรณี แป้นโก๋,2553)

     

    กะล้อห่อง และการทำพิธีปาดตง 

    ติดต่อเรา

     
    • ปัทมา พัฒน์พงษ์
    • สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย
    • มหาวิทยาลัยมหิดล
    • พุทธมณฑลสาย 4 ศาลายา จังหวัดนครปฐม 73170
    • Tel: 66 (0) 2800-2308 - 14

    โซเชียลเน็ตเวิร์ค

     
    • เฟสบุ๊ค

    งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูล วัฒนธรรม ความเชื่อ ของไทยโซ่งหรือไทยทรงดำ ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ หรือ สามารถติดผ่านทางเว็บไซค์นี้เพื่ออัพเดทข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง โดยสามารถส่งอีเมล์มาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.