พิธีเสนเตง
     
    ความเชื่อ
    ชาวไทยโซ่งบ้านไผ่หูช้าง เชื่อว่า นอกจากดินแดนที่ตนอาศัยอยู่ยังมีดินแดนอีกแห่งหนึ่งที่อยู่เหนือโลกมนุษย์ หรือที่ชาวไทยโซ่งเรียกว่า เมืองฟ้า เมืองแถน ซึ่งเป็นที่อยู่ของเทวดาและบรรพบุรุษที่ล่วงลับไป วิญญาณของผู้ตายส่วนหนึ่งจะอยู่ที่ห้องผีหรือกะล้อห่อง อีกส่วนหนึ่งจะอยู่ที่เมืองฟ้า สามารถรับรู้ได้เหมือนกัน เช่น ลูกหลานเซ่นไหว้ที่กะล้อห่องจิตวิญญาณที่เมืองฟ้าจะรับรู้ได้ หากชนชั้นสามัญชนตายไปอยู่ที่เมืองฟ้าจะมีวิถีชีวิตคล้ายกับในโลกมนุษย์ ชนชั้นผู้ต้าวหรือผู้สืบเชื้อสายจากเจ้าจะมีความสุขสบายมากกว่า บนเมืองฟ้ามีแถนเป็นผู้มีอำนาจเป็นผู้สูงส่งและเป็นผู้ควบคุมดูแลในเมืองฟ้า หากวิญญาณในเมืองฟ้ากระทำผิดจะถูกทำโทษด้วยการจองจำด้วยขื่อคา ถูกกักขังไว้ หนทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากการถูกจองจำก็คือ ให้ลูกหลานยังโลกมนุษย์ไถ่โทษให้โดยการเซ่นไหว้ขอขมาลาโทษต่อแถน ลูกหลานต้องส่งของเซ่นไหว้เงินทองเพื่อไถ่โทษบรรพบุรุษ หากแถนยินยอมรับเครื่องเซ่นไหว้และเงินทอง จึงปล่อยบรรพบุรุษออกจากที่คุมขังบรรพบุรุษจะส่งจิตวิญญาณถึงลูกหลานในโลกมนุษย์ได้  โดยวิธีเข้าฝันหรือดลบันดาลให้เกิดสิ่งอัศจรรย์ บางครั้งอาจทำให้ลูกหลานเกิดการเจ็บป่วย การส่งจิตหรือการทำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ บรรพบุรุษไม่สามารถบอกความโดยตรงได้ ผู้ที่จะสื่อความได้ต้องเป็นผู้รู้เป็นหมอเมือง หมอมนต์หรือแม่มด
     
    หลักการ
    การเสนเตงเป็นการเซ่นไหว้ต่อแถน เพื่อขอขมาลาโทษให้กับบรรพบุรุษ ที่บรรพบุรุษได้ล่วงเกินหรือกระทำความผิดต่อแถน  แม่มดผู้ทำพิธีจะเป็นตัวแทนลูกหลานขอขมา แม่มดเป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับเมืองฟ้า นอกจากแม่มดผู้ทำพิธีแล้ว  ลูกหลานในบ้านต้องร่วมขอขมาด้วย และต้องจัดหาหนุ่มสาวพรหมจารี ชาย 2 หญิง 2 เรียกว่า หนุ่มเข้าร้าน สาวกวานจา มาร่วมในพิธี ของใช้ในพิธีประกอบด้วย เหล้า ไก่ กระบุงข้าวม้า ขนม ผลไม้ เงินทอง ทำจากตอกไม้ไผ่ และใบไม้
    แม่มดผู้ทำพิธี  จะอ้อนวอนขอขมาลาโทษจากแถน เป็นคาถาตามที่ร่ำเรียนมา จะมีการเสี่ยงทานด้วยไม้แบน ๆ 2 อัน หากแถนไม่ยกโทษให้ก็จะขอขมาต่อไป จนกว่าแถนจะยอมรับเครื่องเซ่นไหว้และให้อภัย
     
     
    นางงาม  ทองคงหาญ หมอแปงขวัญและผู้รู้ในพิธีกรรมของไทยโซ่ง
    ที่มา:  ปิยวรรณ  สุขเกษม  ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ. 2543
     
    กิจกรรม
    ขั้นที่ 1 ในกรณีที่รู้แน่แล้วว่า บรรพบุรุษติดขื่อคาต้องโทษอยู่ที่เมืองฟ้า เจ้าของบ้านจะไปหาแม่มดผู้ทำพิธี หากยังไม่รู้แน่ชัด ก็ไปหาผู้รู้หรือหมอเยื้อง ให้ดูให้ว่าบรรพบุรุษต้องโทษอยู่หรือไม่ แม่มดจะเป็นผู้หญิง เป็นผู้รู้พิธีกรรม และสามารถติดต่อสื่อสารกับวิญญาณด้วยจิตของตนเอง หรือจากการเสี่ยงทาย แม่มดจะนัดวันทำพิธีเสนเตงให้ เจ้าของบ้านจะบอกญาติพี่น้องใกล้ชิดให้มาร่วมงาน ผู้ที่เป็นญาติที่มีอายุประมาณ 50 ปีขึ้นไป จะมาช่วยจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ในพิธีกรรม  เจ้าของบ้านต้องไปติดต่อหนุ่มสาวพรหมจารี ชาย 2 หญิง 2 มาร่วมเข้าพิธีด้วย
     
     
    แม่มดเตรียมของใช้ในพิธีเสนเตงที่ไผ่หูช้าง
    ที่มา:  ปิยวรรณ  สุขเกษม  ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ. 2544
     
    ขั้นที่ 2 เจ้าของบ้านต้องจัดเตรียมของใช้ต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงวันงาน ญาติ ๆ จะช่วยกันจัดทำข้าวของเงินทอง เงินทองทำจากตอกสานขัดเป็นวงกลมต่อ ๆ กัน ใช้ไม้แหลมเล็ก ๆ เสียบกับใบไม้ ทั้ง 2 อย่างเป็นเงินและทอง ของบางอย่างต้องเตรียมในช่วงเช้าของวันจัดทำพิธี แม่มดจะมาตั้งแต่เช้า ประมาณ 6.30 น. มีผู้ช่วยแม่มดมาด้วย แม่มดจะนั่งพัก ผู้ช่วยแม่มดจะทำหน้าที่ดูแลจัดการบอกกล่าวให้ผู้มาช่วยงานทำให้ถูกขั้นตอนตามพิธีกรรม ของที่ใช้มี ไก่ 12 ตัว สำหรับสามัญชน ผู้ต้าวมากกว่า 12 ตัว กระบอกไม้ไผ่ 4 กระบอก ผู้ต้าว 8 กระบอก เหล้า 2 ขวด ใช้ไม้ไผ่สานเป็นวัวควาย ไม่น้อยกว่า 30 ตัว ในการเสนเตงไม่ใช้ปานเผือน แต่ใช้ปานพ่วง ปานพ่วงสานด้วยตอกเป็นถาดสำหรับใส่ขนมและอาหาร
    การทำข้าวของเงินทอง จะพยายามทำให้มาก ยิ่งทำมากถือว่าจะได้ไถ่โทษได้รวดเร็วขึ้น อาจทำให้แถนพึงพอใจหรืออาจจะเห็นใจในความพยายาม
     
     
    ของใช้ในพิธีเสนเตง
     
     
    แม่มดทำพิธีขอขมาต่อแถนในพิธีเสนเตง
    ที่มา:  ภาพบนและล่าง ปิยวรรณ สุขเกษม ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ. 2544
      
     
    หนุ่มสาวพรหมจารีเข้าพิธีเสนเตง
    ที่มา:  ปิยวรรณ สุขเกษม ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ. 2544
     
    ขั้นที่ 3 พิธีจะเริ่มประมาณ 9.00 น. หรือ 10.00 น. ก่อนทำพิธีจะเลี้ยงอาหารแม่มดและญาติ ๆ ที่มาร่วมในงานพิธีของที่จะเซ่นไหว้จะนำไปไว้ในกะล้อห่อง แม่มดจะใส่เสื้อฮี ใส่หมวก นุ่งผ้าซิ่น แม่มดจะร่ายคำกล่าวตามที่ร่ำเรียนมา คำกล่าวนั้นจะเป็นคำคล้องจองกันตลอด เป็นคำกล่าวอ้อนวอนต่อแถนขอให้มีเมตตา ขอขมาแทนบรรพบุรุษที่ได้ล่วงเกินแถน ทำความผิดต่อแถนไว้ แม่มดจะมีไม้เสี่ยงทาย เมื่ออ้อนวอนต่อแถนไประยะหนึ่งจะเสี่ยงทายดู โดยการโยนไม้ หากรับขอให้ไม้คว่ำหรือหงานอย่างไรแล้วแต่เสี่ยงทาย หากยังเสี่ยงทายไม่ได้ ต้องอ้อนวอนขอขมาแถนต่อไป แล้วลองเสี่ยงทายอีก หากแถนยกโทษให้และยอมรับเครื่องเซ่นแล้ว ไม้เสี่ยงทายจะได้ตามที่แม่มดเสี่ยงทาย (ขณะทำพิธีแม่มดจะร่ายเพียงลำพัง ในช่วงขอขมาด้วยการกราบไหว้ ทั้งแม่มด ลูกหลาน หนุ่มสาวพรหมจารีจะกราบกรานต่อแถนพร้อมกัน)
    ขั้นที่ 4 หลังจากแถนยกโทษให้บรรพบุรุษแล้ว จะมีการเรียกขวัญให้กับคนในบ้านที่หายจากการเจ็บป่วย ให้ขวัญคืนกลับมาอยู่ดังเดิม  ส่วนเงินทองและของใช้ในพิธี เช่น กระบอกน้ำ ตะกร้าใส่ของ วัว ควายที่สานด้วยตอก จะให้หนุ่มสาวพรหมจารี ทั้ง 4 คน นำของที่ใช้แล้วในงานพิธีไปทิ้งหลังหมู่บ้าน หรือที่ไม่มีคนอยู่ ส่วนที่เป็นอาหารและไก่จะเก็บไว้สำหรับเลี้ยงญาติหรือให้เจ้าของบ้านไว้
    การเสนเตงนี้ หากลูกหลานรับรู้แล้ว  จะทำพิธีเสนเตงไปให้  ยังไม่เคยมีลูกหลานบ้านใดที่เมื่อทราบว่า  บรรพบุรุษไปต้องโทษแล้วไม่เสนเตงให้ ในบ้านไผ่หูช้างไม่ปรากฏ เพราะหากไม่ทำพิธีเสนเตงให้กับบรรพบุรุษ จะถูกสังคมตราหน้าว่าอกตัญญู ไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย
     
    *ที่มาของเนื้อหา:  ศึกษาจากแหล่งข้อมูลและหนังสือความเชื่อเรื่องผีฯของบุญมี ปาริชาติธนกุล
     
     

    ติดต่อเรา

     
    • ปัทมา พัฒน์พงษ์
    • สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย
    • มหาวิทยาลัยมหิดล
    • พุทธมณฑลสาย 4 ศาลายา จังหวัดนครปฐม 73170
    • Tel: 66 (0) 2800-2308 - 14

    โซเชียลเน็ตเวิร์ค

     
    • เฟสบุ๊ค

    งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูล วัฒนธรรม ความเชื่อ ของไทยโซ่งหรือไทยทรงดำ ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ หรือ สามารถติดผ่านทางเว็บไซค์นี้เพื่ออัพเดทข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง โดยสามารถส่งอีเมล์มาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.