ความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับปู่เจื้อเสื้อบ้าน
     
    ความเชื่อ
    ชาวบ้านไผ่หูช้าง เชื่อว่าในหมู่บ้านไผ่หูช้างมีเทวดาผู้คุ้มครองปกปักรักษาหมู่บ้าน คนทั่วไปแต่เดิมเรียกเทวดาคุ้มครองหมู่บ้านว่า ปู่เจื้อเสื้อบ้าน แต่ในปัจจุบันจะเรียกว่า เจ้าพ่อ บางคนก็เรียกว่า คุณพ่อ เจ้าพ่อที่สิงสถิตอยู่ที่ศาลประจำหมู่บ้าน  มีอยู่ 2 องค์ คือ เจ้าพ่อสร้อยทองและเจ้าพ่อศรีนวล ชาวไผ่หูช้างให้ความเคารพนับถือในความศักดิ์สิทธิ์ จะจัดให้มีพิธีเซ่นไหว้ศาลเจ้าพ่อประจำหมู่บ้านทุกปี ปีละ 1 ครั้ง หลังจากการสรงน้ำพระประมาณเดือนเมษายนของทุกปี การเซ่นไหว้เริ่มแต่ พ.ศ. ใดไม่แน่ชัด แต่ทำกันเรื่อยมานับตั้งแต่ผู้มาอยู่ครั้งแรกที่ไผ่หูช้าง จนถึงปัจจุบัน
    เจ้าพ่อทั้งสององค์ไม่ปรากฏกายโดยตรง ต้องผ่านร่างทรง  ร่างทรงหากเป็นหญิง ชาวบ้านจะเรียกว่า นางทรง มีนางทรง เป็นร่างทรงมาตลอดจนในปัจจุบันมีร่างทรงเป็นชาย 1 หญิง 1 ตามความเชื่อ เจ้าพ่อสร้อยทองและเจ้าพ่อศรีนวลเป็นชาย การเซ่นไหว้ศาลถือเป็นสิริมงคลแก่หมู่บ้าน บ้านใดหากมีความจำเป็นจริง ๆ ไม่ได้มาร่วมก็ไม่มีผลอะไร แต่ส่วนมากจะมาเลี้ยงศาลอย่างน้อย ก็คิดว่า เพื่อความสบายใจ คำพูดที่มักติดปากคนสูงอายู คือเราเป็นคนตามืดตาดำ หมายความว่า เราเป็นมนุษย์ เราไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยกับตนเอง จึงไม่ควรลบหลู่หรืออีกนัยหนึ่งคือเราเป็นมนุษย์ไม่อาจทายใจเทวดาได้
     
    หลักการ
    การเลี้ยงศาลประจำหมู่บ้านไผ่หูช้าง เป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศาลเจ้าพ่อเป็นสถานที่รวมจิตใจของคนในหมู่บ้าน เป็นขวัญเป็นกำลังใจให้ชาวบ้าน และการเลี้ยงศาลนี้ยังทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนในชุมชน เมื่อมาเลี้ยงศาลกลับไปก็จะเกิดความสบายใจ ผู้ที่เป็นร่างทรงจะมาที่ศาลพร้อมขบวนแห่ แต่งกายสวยงามแบบโบราณ  เมื่อนำของเซ่นไหว้โดยมีร่างทรงนำไหว้หลังจากเซ่นไหว้ เจ้าจะเข้าประทับร่างทรง ร่างทรงจะร่ายรำตามจังหวะกลอง หลังจากนั้นจะมีการให้พรชาวบ้าน ร่างทรงจะเสี่ยงทายเรื่องการทำมาหากินของหมู่บ้าน  ร่างทรงจะให้โอวาทแก่ชาวบ้าน เมื่อเจ้าพ่อออกจากร่างทรง ร่างทรงพร้อมขบวนแห่จึงกลับบ้านพร้อมชาวบ้านที่มาร่วมพิธี
     
    กิจกรรม
    ขั้นที่ 1 หลังจากพิธีสรงน้ำพระ  (สงกรานต์) ที่วัดแล้ว เจ้าจั้มคือผู้ที่มีหน้าที่คอยดูแลศาลที่บ้านไผ่หูช้าง  เจ้าจั้มจะปรึกษากับชาวบ้านและร่างทรงว่าจะจัดให้มีการเลี้ยงศาลในวันใดดี  เมื่อตกลงแล้วก็จะประกาศเสียงตามสายในหมู่บ้านให้ทราบ ในอดีตจะใช้วิธีบอกต่อ ๆ กันไป พอเช้าวันมีพิธีจะใช้เกราะที่ทำจากไม้ไผ่เคาะให้สัญญาณแก่ชาวบ้าน ในปัจจุบันใช้การประกาศเสียงตามสายในหมู่บ้าน
    เจ้าจั้มจะมากวาดทำความสะอาดบริเวณศาลเจ้าพ่อให้สะอาดเรียบร้อย  พวงมาลัย  และสิ่งของที่ไม่เป็นระเบียบจะเอาออกไปทิ้ง  ก่อนนำไปทิ้งจะไหว้ก่อนแสดงความเคารพ
    ขั้นที่ 2 เมื่อถึงวันพิธีกำหนดเลี้ยงศาล  บ้านที่เป็นร่างทรงต้องจัดเตรียมอาหารและเครื่องเซ่นไหว้ประกอบด้วย  หัวหมู  ไก่ต้มสุก  ขนม  ผลไม้ต่าง ๆ  เหล้า  บุหรี่  ธูปเทียน  การเตรียมของนั้นต้องเตรียมมากกว่าบ้านอื่น ๆ 
     
     
    ศาลเจ้าพ่อบ้านไผ่หูช้าง
    ที่มา:  ปิยวรรณ สุขเกษม ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ. 2548
     
    ผู้ที่เป็นร่างทรงทั้งหญิงและชาย จะแต่งตัวใส่เสื้อแขนสั้น นุ่งโจงกระเบน คาดเข็มขัด ใส่เครื่องประดับ ใส่ถุงเท้าสีขาวยาวถึงเข่า ใส่กำไลที่ข้อเท้า แต่งกายเป็นแบบชายในสมัยก่อน  ผู้ที่เป็นร่างทรงในปัจจุบันคือ นายดำรงค์ ทองคงโขน บ้านอยู่หมู่ที่ 4 และนางจำปี ทองเต่าหมก บ้านอยู่หมู่ที่ 5 ต.ไผ่หูช้าง ผู้ที่เป็นร่างทรงจะไปติดต่อกลองยาวไว้ล่วงหน้า ใช้ในการแห่ไปศาล และร่ายรำที่ศาลเจ้าพ่อ
    ชาวบ้านทั่วไป จะจัดเตรียมอาหารคาวหวาน ผลไม้ใส่ถาด มีเหล้า 1 ขวด จะเป็นขวดใหญ่หรือขวดเล็กก็ได้ น้ำ พวงมาลัย  ธูปเทียน เพื่อนำไปเซ่นไหว้ศาลเจ้าพ่อ ขนมที่ทุกคนนิยมนำไปถวายเจ้าพ่อคือ ขนมต้มแดงต้มขาว
     
     
    ผู้ที่จะบวชขณะเป็นนาคมาไหว้แสดงความเคารพเจ้าพ่อที่ศาลประจำหมู่บ้าน
    ที่มา:  ปิยวรรณ  สุขเกษม  ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ. 2548
     
    ขั้นที่ 3 ชาวบ้านผู้ที่มาร่วมกันเลี้ยงศาล จะมาพร้อมกันที่ศาลเจ้าพ่อ เวลาประมาณ 7.30 น. ไม่เกิน 8.00 น. จะจัดสำรับที่ใส่ถาดไว้แล้ว ตั้งเรียงกันไว้หน้าศาลเพื่อรอร่างทรง
    ทางบ้านร่างทรงของเจ้าพ่อ เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็จะเดินทางมาที่ศาลพร้อมขบวนกลองยาว ในอดีตจะเดินมาเป็นขบวน เสียงกลองยาวจะดังก้องหมู่บ้าน เป็นการบอกกล่าวให้รู้ถึงว่า ร่างทรงได้เดินทางมาแล้ว ชาวบ้านที่ยังมาไม่ถึงก็จะรีบมาให้ทันขบวนร่างทรง
    เมื่อขบวนร่างทรงมาถึงศาลเจ้าพ่อแล้ว กลองยาวจะประโคมสักพักหนึ่ง หลังจากนั้นร่างทรงทั้งสองจะขึ้นไปบนศาล ผู้ที่มาด้วยจะช่วยกันจัดข้าวของ ของร่างทรงเพื่อเซ่นไหว้เจ้าพ่อ เมื่อจัดของเสร็จแล้วร่างทรงจะจุดธูปเทียนเพื่อสักการะเจ้าพ่อสร้อยทองและเจ้าพ่อศรีนวล
    ชาวบ้านที่อยู่ด้านหน้าศาลจะจุดธูปคนละ 1 ดอก ปักที่ถาดของตนเองเป็นการเซ่นไหว้เจ้าพ่อ ขวดเหล้าและขวดน้ำจะเปิดฝาไว้
    เมื่อร่างทรงจุดธูปเทียนบูชาเจ้าพ่อแล้ว จะท่องคาถาที่ฝึกมาในช่วงนี้ชาวบ้านทุกคนจะมองไปที่ร่างทรงเป็นจุดเดียวกัน   ร่างทรงจะมีอาการตัวสั่น  จะเอามือตบที่ขาตนเองในขณะที่ร่างทรงอยู่ในท่าสมาธิ  บางครั้งนั่งท่าสมาธิแต่เมื่อเจ้าพ่อมาประทับแล้ว นอกจากตัวสั่นยังกระโดดท่านั่งหลายครั้ง  จะลอยจากพื้นได้สูงทีเดียว หลังจากเจ้าพ่อประทับทรงแล้ว จะยืนขึ้นมือข้างหนึ่งของเจ้าพ่อจะถือมีดคล้ายพระขรรค์สั้น ๆ เจ้าพ่อจะร่ายรำ ดนตรีกลองยาวบรรเลง เจ้าพ่อจะรำอยู่บนศาล ชาวบ้านที่อยู่ด้านล่างก็รำถวายเช่นกัน คนที่อยู่รอบข้างก็จดจ่ออยู่กับการมองร่างทรงรำก่อนเกิดความสงบนิ่ง และเสมือนมีพลังเกิดขึ้นในสถานที่บริเวณนั้นให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา
    ร่างทรงที่เจ้าพ่อประทับ รำสักพักหนึ่งจะหยุดพัก เจ้าจั้มผู้ดูแลศาลจะเข้าไปหาเจ้าพ่อ เจ้าพ่อจะพูดกับเจ้าจั้ม ชมเชยที่ดูแลดีและจะหันมาพูดกับชาวบ้าน เช่นว่า “เอานะวันนี้มารวมกันดีแล้ว ได้ยินว่าระยะนี้แตกความสามัคคีกันหนา ขอให้รักกันไว้ ขอให้ช่วยกัน ฯลฯ” ชาวบ้านจะถามเจ้าพ่อตามที่ต้องการถาม เช่นว่า เจ้าพ่อเอ๊ยปีนี้หนาทำมาหากินจะเป็นอย่างไรบ้าง  เจ้าพ่อก็จะเสี่ยงทายโดยใช้ไม้แบน ๆ เสี่ยงทายหงายคว่ำ ตามแต่ที่นึก เจ้าพ่อก็จะทำนายชะตาหมู่บ้าน รวมทั้งการทำมาหากิน จากนั้นจะทำน้ำมนต์โดยหยดเทียนลงในขันน้ำ เจ้าพ่อจะไม่พูดมาก ไม่นานก็จะออกจากร่างทรง อาการเช่นตอนเข้าประทับ
    หลังจากเจ้าพ่อไปแล้ว เจ้าจั้มจะเก็บเหล้ารวมกันไว้ ชาวบ้านจะไปตักน้ำมนต์กลับไปบ้านคนละเล็กน้อย  เพื่อเป็นสิริมงคล  บางคนก็นำน้ำมนต์ไปเทใส่ตุ่มน้ำดื่ม  
    ร่างทรงหลังเสร็จพิธีก็จะเดินทางกลับ กลองยาวแห่ขบวนร่างทรงกลับบ้าน ในปัจจุบันขบวนแห่ร่างทรงจะเป็นวงกลองยาวผสมแคน  เมื่อร่างทรงกลับแล้วชาวบ้านจึงทยอยกันกลับบ้าน
     
     
    เจ้าพ่อประทับร่างทรง
    ที่มา:  ปิยวรรณ สุขเกษม ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ. 2548
     
    *ที่มาของเนื้อหา: ศึกษาจากแหล่งข้อมูลและหนังสือความเชื่อเรื่องผีฯของบุญมี ปาริชาติธนกุล
    หนังสือประเพณีไทยโซ่งหมู่บ้านเกาะแรตของ นุกูล ชมพูนิช

    ติดต่อเรา

     
    • ปัทมา พัฒน์พงษ์
    • สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย
    • มหาวิทยาลัยมหิดล
    • พุทธมณฑลสาย 4 ศาลายา จังหวัดนครปฐม 73170
    • Tel: 66 (0) 2800-2308 - 14

    โซเชียลเน็ตเวิร์ค

     
    • เฟสบุ๊ค

    งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูล วัฒนธรรม ความเชื่อ ของไทยโซ่งหรือไทยทรงดำ ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ หรือ สามารถติดผ่านทางเว็บไซค์นี้เพื่ออัพเดทข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง โดยสามารถส่งอีเมล์มาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.