พิธีเสนตัว
     
    ความเชื่อ
    ชาวไทยโซ่งบ้านไผ่หูช้าง เชื่อว่า เจ็บป่วยนั้นมี 2 ลักษณะ ลักษณะที่ 1 ป่วยเพราะสุขภาพไม่แข็งแรง เป็นโรคภัยไข้เจ็บ การเจ็บป่วยอีกประการหนึ่ง เกิดจากเคราะห์กรรม และการกระทำของผี
    เมื่อมีคนเจ็บป่วย ก็จะส่งไปรักษาทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนโบราณ หากอาการไม่ดีขึ้นและไม่รู้สาเหตุแน่ชัด จึงคิดว่าน่าจะเป็นการเจ็บป่วยที่ไม่ธรรมดา จึงไปหาผู้รู้คือ หมอเยื้อง ดูให้หรือบางทีก็ไปให้มดหรือมนต์ดูให้ก็ได้ การดูว่าเป็นเพราะอะไร จะใช้วิธีการเสี่ยงทายแล้วถามทีละอย่างว่าใช่หรือไม่ใช่ เมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าคนในบ้านเจ็บป่วย จะต้องนำเสื้อผู้ป่วยไปขึ้นหิ้งไว้และบอกกล่าว  ถ้าหากหายเจ็บป่วยจะเสนตัวให้เมื่อหายเจ็บป่วยแล้ว จึงจัดพิธีเสนตัวขึ้น
    พิธีเสนตัวนั้น นอกจากเกิดจากเคราะห์กรรมแล้ว อาจเกิดจากบรรพบุรุษ อาทิ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ขาดแคลนข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า เครื่องประดับ อยากให้ลูกหลานส่งไปให้ แต่ไม่สามารถบอกด้วยวาจาได้ หรือบางทีการบอกด้วยวาจาอาจจะไม่เชื่อ เลยส่งพลังจิต ทำให้ลูกหลานเจ็บป่วย เพื่อเป็นการให้ไปหาข้อมูลสาเหตุ และจะได้ปฏิบัติตามความต้องการของบรรพบุรุษ การส่งจิตของบรรพบุรุษจะมีผลต่อลูกหลานเท่านั้น ไม่มีผลต่อคนในตระกูลอื่น
     
    หลักการ
    พิธีเสนตัว เป็นการเสนเพื่อต่อชะตาให้กับตนเอง การที่เจ็บป่วยเนื่องจากขวัญหลุดออกจากร่างไปอยู่ที่อื่น ต้องติดตามขวัญกลับมาสู่ตัว  อีกประการหนึ่ง  ผีบรรพบุรุษต้องการข้าวของเครื่องใช้  หรือขาดแคลนข้าวของเครื่องใช้ จึงดลบันดาลให้ลูกหลานเจ็บป่วยเพื่อเป็นการเรียกร้องให้ลูกหลานส่งข้าวของเงินทองมาให้
    หมอพิธีจะเป็นหมอผู้ชาย หรือหมอผู้หญิง (เรียกว่าแม่มด) เป็นผู้ทำพิธี และเป็นผู้เสี่ยงทายในพิธีกรรม พิธีเสนตัวเป็นการเดินทางของจิตวิญญาณ ผู้ทำพิธีร่ายคาถาไปแต่จิตวิญญาณที่ติดตามคือครูของมด เป็นมดและมนต์จริงที่สามารถติดตามขวัญผู้ป่วยไปได้ทุกที่  มีอำนาจทำให้ตนเองผ่านได้ทุกดินแดน แม้แต่ดินแดนสูงสุดคือดินแดนของแถน มดก็สามารถเดินทางไปได้  มดสามารถตามหาขวัญจนพบและพากลับมาสู่ตัว เมื่อขวัญกลับมาลูกหลานก็ช่วยกันรับขวัญด้วยความยินดี   หากตามขวัญไม่ได้ คนผู้ขวัญหายจะมีอายุสั้น
     
     
    แม่มดทำพิธี  เสนตัว
    ที่มา: บุญมี  ปาริชาติธนกุล  ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ.2544 เอื้อเฟื้อภาพให้ นางปิยวรรณ  สุขเกษม 
     
    กิจกรรม
    ขั้นที่ 1 เมื่อเจ็บป่วยไปหาหมอมดหรือหมอมนต์ดูให้ว่าเป็นอะไร การไปหามดหรือมนต์ (ไปหาหมอเยื้องก็ได้) สิ่งที่จะต้องนำไปหามดหรือมนต์ คือข้าวสาร หมาก พลู เมื่อหมอมดหรือมนต์เสี่ยงทายดู  การเสี่ยงทายของมดหรือมนต์ ใช้ไม้มอเป็นไม้รูปร่างคล้ายตะเกียบแต่แบนกว่า ไม้มอมีทั้งหมด 24 อัน ไม้มอนี้เป็นไม้เสี่ยงทายประจำมดหรือมนต์ ซึ่งใช้กันอยู่ที่เมืองมด เมืองมนต์ และที่ในโลกมนุษย์
    การเสี่ยงทายไม้มอ คือจะใช้วิธีถามโดยหมอเยื้องหรือมดมนต์ จะถามว่าเจ็บเพราะอะไร เช่น ที่ทำให้เจ็บป่วยเพราะอยากได้ของใช่ไหม ถ้าใช่ขอให้ไม้ออกคู่ แม่มดจะใช้มือเกลี่ยไม้ไปมาอยู่ที่มือ เมื่อปาดไม้ออกมานับแล้วถ้าได้คู่ก็แสดงว่าใช่ แต่ถ้าคี่ก็ไม่ใช่ ก็ถามอย่างอื่นต่อไป แล้วเสี่ยงทายไปจนกว่าจะได้คำตอบ
    เมื่อเสี่ยงทายได้แล้ว แม่มดจะบอกให้ญาตินำเสื้อมาขึ้นหิ้งไว้ เป็นการบอกกล่าวล่วงหน้า ถ้าหายป่วยก็จะเสนตัวให้ และดูวันที่ที่จะทำพิธีเสนตัว
    ผู้ที่เสนตัว เนื่องจากมีเคราะห์กรรม ขวัญจะออกจากร่างล่องลอยไปตามที่ต่าง ๆ ตามชั้นของผีบรรพบุรุษอยู่ หมอต้องทำพิธีนำขวัญให้กลับมาให้ได้
     
     
    พิธีเสนตัวผู้ชาย
    ที่มา: บุญมี ปาริชาติธนกุล ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ.2544 เอื้อเฟื้อภาพให้ นางปิยวรรณ สุขเกษม
     
    ขั้นที่ 2 เตรียมอุปกรณ์ในพิธีเสนตัว (รวมทั้งผู้ทำพิธี) กรณีที่เกิดจากเคราะห์กรรม และส่งมอบของให้บรรพบุรุษ
    พิธีเสนตัว เป็นพิธีกรรมที่ต้องใช้สิ่งของมากที่สุด พิธีไม่ใหญ่โตเท่าเสนเรือน แต่การจัดเตรียมสิ่งของยุ่งยากมากกว่า คนและสิ่งของจำเป็นมีดังนี้
    1. หมอ (ใช้ได้ทั้งชายและหญิง 1 คน)
    2. หมอปี่ หมอเสน 3 คน
    3. คนเก็บข้าวเสี่ยงทาย เรียกหมอเก็บข้าว 1 คน
    4. ผู้แต่งเสน
    5. ซ้าไถ่ (มีหูหวาย สายดอก ปุยเหลืองแดง)
    6. ผ้ามนต์ขัน (ผ้ารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส) 2 ผืน (ผู้น้อยเอาเงินใส่ ผืนละ 2 บาท ผู้ต้าวใส่ผืนละ 4 บาท)
    7. ข้าวเจ้า (ห่อใส่ลงในผ้ามนต์ขัน)
    8. ข้าวเหนียว (ห่อใส่ลงในผ้ามนต์ขัน)
    9. ใบตองใช้ยอดดอง 7 ยอดรองก้นซ้าไถ่
    10. ฟักทอง
    11. ฟัก
    12. ฝรั่ง
    13. ส้มโอ
    14. แตงโม
    15. กล้วย 1 หวี
    16. ห่อหน่อสับ (หน่อไม้เปรี้ยว)
    17. ห่อพริก
    18. ห่อเกลือ
    19. บั้งเหล้า (เอาเหล้าใส่กระบอกไม้ไผ่)
    20. บั้งปลาร้า
    21. บั้งปลาจ่อม
    22. หวายผ่าครึ่ง
    23. หนังวัวแห้ง
    24. หนังวัวแอะ (หนังหน้าวัว)
    25. ไตนุง ไตหิน
    26. กระบุงข้าวม้า (กระบุงข้าวเปลือก)
    27. อ้อยทั้งลำและอ้อยเป็นท่อนอีก 2 ท่อน
    28. ต้นกล้วย
    29. หน่ออ้อย
    30. หน่อไผ่
    31. หน่อขิง
    32. หน่อข่า
    33. หลักมั่น หลักยืน (ใช้ไม้ไผ่ตัดท่อนยาว)
    34. ขรัวด้าย ขรัวแป (ไม้ที่ใส่ด้ายและแพร)
    35. ไม้เป็น (ไม้ยาวแบน ๆ)
    36. ต้นมะยม
    37. ปานหลาเสน 5 ปาน (ถาดใช้ในพิธี 5 ถาด)
    38. ปานไก่ 3 ปาน (ถาดใส่ไก่ 3 ถาด)
    39. ปานหัว ปานกวง (ปานเขอ) ถาดใส่คางหมู
    40. ปานขวัญเปือย 1 ปาน (ในปานขวัญมี ข้าวสุก ไข่ต้ม ซิ่น เสื้อ 1 ชุด ขนม) สิ่งของเหล่านี้ที่จัดเตรียม มีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ
    - ข้าวสาร
    - ข้าวเปลือก
    - หมาก
    - พลู
    - ถ้วยน้ำ
    - กรวยรูปสามเหลี่ยม เรียก เบ๊าะม้า
     
    ปานเบ้า (เอาปานเผือนมาทำปานเบ้า) ลักษณะของปานเผือน เป็นถาดไม้ทรงสูงคล้ายขันโตก ใช้ในพิธีเสนเรือน ในปานเบ้าประกอบด้วย
    - มีถ้วยข้าวสารตั้งอยู่ตรงกลาง (1 กิโลกรัม) เอาผ้าฝ้าย 3 วงปูรองพื้น เอาเครื่องนุ่งห่ม ที่จะส่งให้บรรพบุรุษวางบนผ้าที่ปู
    - มีถ้วยเบ้า เป็นถ้วยขาวไม่มีลวดลาย ถ้วยเบ้านี้วางบนถ้วยหมากพลู ในถ้วยเบ้าประกอบด้วย
    • มีตุ๊กตาปั้นด้วยดิน แทนแม่เบ้า แม่นาง
    • เงิน 4 บาท (ผู้ต้าว 4 บาท ผู้น้อย 2 บาท)
    • กระจก
    • จ๊องผม (ผมปลอมที่ใช้กับปั้นเกล้าให้ดูสวยงาม)
    • แป้ง
    • น้ำมันหอม
    • หวี
    • ไก่ต้มสุก 1ตัว ก่อนวางต้องห่อใส่ถุงกันเปื้อนแล้ววางรวมกับของอื่น
    • สายพัด สายพาน (เส้นด้ายพันกำไล)
    • ฝ้าย (ผ้าทอสีขาว) 1 คืบกว่า ปลายผ้ามีก้องข้าวเหนียวปั้นเท่าหัวแม่มือข้างละ 1 ปั้น ชุบใส่แป้งหอม
     
    ปานย่อง ประกอบด้วย
    - เสื้อ ผ้า
    - หมากพลู ใส่ให้มากที่สุด
    - เงินทอง
    - กระจก
    - แป้ง ฯลฯ ใส่ทุกอย่างเหมือนปานเบ้าแต่ไม่มีข้าวสาร
     
    ปานขวัญ ประกอบด้วย
    - ไก่ 1 ตัว
    - ห่อข้าว
    - หมากพลู อย่างละ 1 คำ (พลูต้องจีบด้วย)
    - ขนม
    - เผือก
    - มัน
    - กล้วย
    - ถ้วยข้าวสาร 1 ถ้วย
    - ข้าวเปลือก 1 ถ้วย
     
    หมากพลูใช้ตอกยาวประมาณ 1 ศอก มัดรวมกันแล้วใช้ผ้าคลุม แล้วห่อหอม ห่อกระเทียม ห่อพริก ห่อเกลือ ห่อหน่อส้ม (หน่อไม้เปรี้ยว) ทำเป็นห่อทุกห่อมัดรวมกัน เรียกรวมห่อว่า 1 จุก เสนตัวใช้ 3 จุก ใส่ทุกอย่างตามที่ห่อรวมกัน
    ถ้าเป็นผู้ต้าว เอาข้าวของเครื่องใช้ใส่ให้แล้วมีร่มกาง
    ถ้าเป็นผู้น้อย เอาของใส่ถุงหลา (ถุงคล้ายย่าม) ของที่ใส่มักกล่าวว่า 10 ห่อข้าว 9 ห่อปลา
     
    กระบุงข้าวม้า ประกอบด้วย
    - ข้าวเปลือก
    - ถ้วยข้าวรวง (ถ้วยใหญ่)
    - ข้าวสารเต็มสวด (ข้าวสารเต็มพูนถ้วย)
    - ไข่ดิบ 1 ฟอง เป็นไข่ใหม่
    - เทียนหนัก 1 บาท 2 เล่ม
    - มีดดาบ 1 ชุด
    - ผ้าพาด ขรัวด้าน ขรัวแป เป็นผ้าแดง, ขาว ผืนละ 3 วา
    - เงินผู้ต้าว  8  บาท  ผู้น้อย  4  บาท
    - น้ำมันถั่ว  น้ำมันงา
     
    ซ้าไถ่ มีไม้คีบวาง 2 ข้าง ข้างหนึ่ง 30 อัน ข้างหนึ่ง 50 อัน
    ไม้ในพิธี
    1. ไม้กำป้อม (เป็นไม้ขนาดมือกำ)
    2. ไม้กำยืน 1 วา (เป็นไม้ไผ่ยาว1วา ผูกใส่ปาน)
    3. ไม้ด้ามดิบ (ไม้ไผ่ดิบ 1 วา)
    4. ไม้ด้ามตาย (ไม้ไผ่ตัดนานแล้ว 1 วา
     
    ปานหลาเสน (ถาดที่ใช้ในการเสน) สิ่งของในถาดประกอบด้วย
    - ห่อข้าว
    - หมาก พลู อย่างละ 1 คำ
    - ไก่ หรือ หัวหมู
    - ขนม
    - กล้วย
    - อ้อย
     
    ปานเขอ (ถาดหัวหมู) ประกอบด้วย
    - คางหมู
    - หมูชิ้น
    - ขนม กล้วย อ้อย
     
    ปานแนน ถาดนี้ประกอบด้วย
    - ไก่ต้มสุก 1 ตัว
    - ขนม
    - ห่อข้าว
    - ด้าย 7 ไจ ด้ายสีขาว 7 แดง 7 (ใช้ผูกปลายไม้)
    - ไหม 7 ดอก (เส้นด้ายที่ทำจากตัวไหม)
    - หลอดด้วย
    - ไข่ 3 ฟอง (ไข่ดิบ)
    - เงิน ผู้ต้าว 4 บาท ผู้น้อย 2 บาท
    - ไหมดิบ (ไหมดิบวงรอบไข่)
     
    หมวก
    - หมวก 1 ใบ (เรียกว่า กูบ)
    - ผ้าสีคาดหมวก
    - ดอกไม้
     
    ไก่ ใช้ตามขวัญ โดยขวัญของไก่ช่วยตาม
     
    เมื่อจัดเตรียมสิ่งของได้ครบแล้ว ของส่วนใหญ่ที่เป็นสิ่งของไม่เน่าบูดต้องเตรียมก่อนงาน แต่สิ่งของที่ไม่สามารถเตรียมไว้ เช่น ไก่ต้ม ขนม ก็จะจัดเตรียมในเช้าของวันพิธี ตอนเช้า หมอจะมาแต่เช้าพร้อมกับคนเก็บข้าวเสี่ยงทาย แต่ถ้าเป็นแม่มดไม่ต้องใช้คนเก็บข้าวเสี่ยงทายเพราะแม่มดมีไม้มอ 24 อัน สำหรับเสี่ยงทายในมือ
    ผู้มีหน้าที่แต่งเสน คือผู้รู้จะช่วยจัดเตรียมของให้แม่มด จะใช้กี่คนก็ได้ แล้วแต่หาได้ การจัดเตรียมของพร้อมให้แม่มด หรือหมอ (ผู้ชาย) เริ่มพิธีกรรมได้
     
     
    เสนตัวผู้หญิง การต่อเงาหัว
    ที่มา: ปิยวรรณ สุขเกษม ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ. 2544
     
     
    ของที่ญาติจะนำมาสู่ขวัญ  (ใส่ในหาบเข่ง)
    ที่มา: ปิยวรรณ สุขเกษม ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ. 2544
     
    ขั้นที่ 3 หมอหรือแม่มดเริ่มทำพิธี หมอหรือแม่มดจะนั่งบนเก้าอี้เตี้ย ๆ ไทยโซ่ง เรียกว่า ตั๋ง หากเป็นแม่มดจะใส่หมวกและมีไม้มอ (ไม้แบน ๆ คล้ายตะเกียบ 24 อัน) อยู่ในมือ สำหรับเสี่ยงทาย หมอหรือแม่มดจะเริ่มท่องคาถา (มนต์) หรือการร่ายตามที่ร่ำเรียนมา เริ่มจาก
    1. กล่าวมอบข้าวของ เสื้อผ้าทั้งหมดให้กับผีเฮือน  (ผีบรรพบุรุษ) แล้วเสี่ยงทายด้วยไม้มอว่า ผีเรือนรับหรือไม่รับ ถ้ารับให้ออกคู่ ก็ลองเสี่ยงดู ถ้าไม้ในมือออกมา เป็นคู่ก็แสดงว่ารับ การเสี่ยงทายแล้วแต่จะทาย ทายคู่หรือคี่แล้วแต่คำถาม  คำตอบอยู่ที่ไม้มอ ไม้มอของแม่มดจะกำไว้ในมือ ใช้มือทั้งสองเกลี่ยไปมาแต่ถ้าเป็นหมอผู้ชาย การเสี่ยงทายจะใช้วิธีใช้ข้าวสารเสี่ยงทาย หมอพิธีจะให้หมอสะ เป็นคนกำข้าวออกมาแล้วนับว่าคู่หรือคี่แล้วแต่เสี่ยงทาย
    มีบางครั้งที่เสี่ยงเท่าใดก็ไม่ยอมรับ เสี่ยงถามจึงได้ความว่า ของที่เตรียมไว้ไม่ครบตามต้องการ แม่มดก็จะบอกให้เจ้าของบ้านไปเตรียมของเพิ่มทันทีและนำมาใส่ให้ครบ แม่มดจะเสี่ยงทายต่อไป
    มีบางครั้ง  ผีเรือนโกรธลูกหลานไม่ยอมรับ แม่มดก็จะอ้อนวอนจนผีเรือนยอมรับ แม่มดทำหน้าที่ส่งของไปให้ แล้วยังทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างวิญญาณกับผู้ที่มีชีวิตอยู่ผู้ที่เป็นหมอมดหรือแม่มด มิใช่ใครจะเรียนรู้เชี่ยวชาญตำราแล้วเป็นได้  ผู้ที่จะเป็นมดจะต้องมีการสืบเชื้อสายจากผีมด ผีมนต์ เป็นผู้ที่มีความสามารถพิเศษในการสื่อสารกับวิญญาณและมีพลังวิเศษ จึงสามารถท่องไปในแดนวิญญาณได้
    2. ไปเมืองแถน พิธีเสนตัวร่ายไปหาแถนขื่อ กล่าวมอบข้าวของ  เงินทอง  ฯลฯ ให้กับแถนขื่อของที่มอบเหมือนของที่มอบให้กับผีเรือน  แล้วเสี่ยงทายว่า  แถนขื่อรับหรือไม่  ถ้ารับแล้วก็ไปที่อื่น  
    ขณะที่มดมนต์ร่ายไปนั้น  ผู้ที่เป็นมดมนต์หรือเทวดาผู้เป็นครูของแม่มด  หรือหมอมด  จะตามหาขวัญหรือวิญญาณของคนเจ็บไปด้วย  การตามหานั้นเปรียบกับคนในโลกมนุษย์เรา  ผู้ติดตามไปก็จะหยุดพักแล้วก็จะถามหาคนผู้นั้น  สิงนี้(คนผู้นี้)มีใครเห็นหรือไม่  ถ้าไม่เห็นก็เดินทางต่อไป  การเดินทางขึ้นไปหาผีเรือนที่ดินแดนของผีเรือน  ออกจากผีเฮือนไปที่ดินแดนที่อยู่ของแถน  หากไม่พบก็จะไปตามที่ป่าช้า  (ป่าแฮว)  ถึงอย่างไรมดมนต์ก็จะตามหาขวัญให้พบจนได้  ถ้าตามพบขวัญได้รวดเร็ว  พิธีก็จะเสร็จเร็ว  หากตามหาไม่พบ  หรือพบช้า  พิธีก็ต้องข้ามวันข้ามคืนไป
    มีเหมือนกันที่ขวัญเพลิดเพลินไปอยู่ยังดินแดนอื่น  ดินแดนที่มีการทำมาหากินและอยู่เช่นเดียวกับโลกมนุษย์  ขวัญก็จะสร้างบ้านของตนเอง  โดยลืมไปว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่  คิดว่าตนเองมาอยู่เช่นวิญญาณหรือขวัญอื่น ๆ มดมนต์ก็จะใช้อำนาจที่มี  พังบ้านเรือนนั้นและนำขวัญกลับมา  มีบางขวัญไปอยู่กับคนอื่นมดมนต์ก็จะไปแย่งกลับมา
     
     
    รับประทานอาหารในงานเสนตัว
    ที่มา: ปิยวรรณ สุขเกษม ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ. 2544
     
    3. ออกจากเมืองแถน ก็ลงมาที่ป่าช้า ออกจากป่าช้าก็กลับมาที่บ้าน มดมนต์จะพาขวัญกลับคืนสู่บ้าน เมื่อขวัญกลับแล้ว แม่มดก็จะบอกให้เจ้าของบ้านรู้ 
     
    ขั้นที่ 4 มีการสู่ขวัญโดยญาติ ๆ ช่วยกันต่อเงาหัวให้กับผู้ป่วยโดยการใส่หมวก ในปัจจุบันต่อเงาหัวโดยใช้เงินธนบัตรเสียบไม้ แล้วปักไปบนหมวก เป็นการช่วยต่อขวัญให้อายุยืนยาว  มีการใช้แป้งหอมเจิมหน้าผาก
    ผู้ที่เป็นลุง ตา  ก็มาสู่ขวัญ  โดยนำอาหารมีไก่ต้มสุก  กล้วย  ขนม  ผลไม้ต่าง ๆ ใส่หาบเข่ง  แต่ใช้เพียงข้างเดียว  ยกมาเพื่อเป็นการสู่ขวัญ  รับขวัญผู้ป่วยที่ได้คืนกลับมา
     
     
    ญาติสนิทมาร่วมงานเสนตัว 
    ที่มา: ปิยวรรณ สุขเกษม ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ. 2544
     
    บางบ้านที่ฐานะดีก็จะนำของมาสู่ขวัญ โดยแห่มาจากบ้านลุง ตา (ญาติทางฝ่ายหญิง) หาบเข่งนั้นใช้ข้างเดียว  มีคนหามโดยใช้ไม้คานหาม  หาบเข่งใช้ผ้าสีคลุม  ใช้ดนตรีแคนหรือกลองแห่มา  พร้อมขบวนมีการรำอย่างสนุกสนาน  จนมาถึงบ้านผู้เสน จึงนำของนั้นไปสู่ขวัญผู้เสนตัว
    พิธีเสนตัว  นอกจากเป็นการเสนเพื่อต่อชะตาแล้วยังเป็นการจัดส่งข้าวของเครื่องใช้ไปให้บรรพบุรุษแม้ไทยโซ่งจะนับถือศาสนาพุทธ  มีการอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย  แต่การส่งเสื้อผ้าของใช้ ยังมีความเชื่อว่าส่งผ่านพระไม่ได้ต้องมีการเสนส่งของไปให้  มิเช่นนั้นบรรพบุรุษจะขาดแคลนเสื้อผ้าและของใช้
     
     
    ผู้ที่มาร่วมงานเสนตัว  ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ
    ที่มา: ปิยวรรณ  สุขเกษม  ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ. 2544
     
    *ที่มาของเนื้อหา:  ศึกษาจากแหล่งข้อมูลและหนังสือความเชื่อเรื่องผีฯของบุญมี ปาริชาติธนกุล
    หนังสือการศึกษาอิทธิพลของความเชื่อ ประเพณี และพิธีกรรม ฯของเรณู เหมือนจันทร์เชย                 

    ติดต่อเรา

     
    • ปัทมา พัฒน์พงษ์
    • สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย
    • มหาวิทยาลัยมหิดล
    • พุทธมณฑลสาย 4 ศาลายา จังหวัดนครปฐม 73170
    • Tel: 66 (0) 2800-2308 - 14

    โซเชียลเน็ตเวิร์ค

     
    • เฟสบุ๊ค

    งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูล วัฒนธรรม ความเชื่อ ของไทยโซ่งหรือไทยทรงดำ ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ หรือ สามารถติดผ่านทางเว็บไซค์นี้เพื่ออัพเดทข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง โดยสามารถส่งอีเมล์มาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.